เที่ยวคันไซ (Kansai) โอซาก้า นารา เกียวโต โกเบ 5 วัน 4 คืน ใช้ JR Kansai Wide Area Pass พาสเดียวจบ
แจกแพลนเที่ยวคันไซ (Kansai) 5 วัน 4 คืน รวม 20 พิกัด โอซาก้า นารา เกียวโต โกเบ อัพเดท ปี 2025 ใช้ JR Kansai Wide Area Pass พาสเดียวจบ
เที่ยวคันไซ (Kansai) โอซาก้า นารา เกียวโต โกเบ 5 วัน 4 คืน ใช้ JR Kansai Wide Area Pass พาสเดียวจบ

แจกแพลนเที่ยวคันไซ (Kansai) 5 วัน 4 คืน ทริปเดียวเที่ยวครบ โอซาก้า นารา เกียวโต โกเบ รวม 20 พิกัด พร้อมแลนด์มาร์คถ่ายรูปสวย ร้านอร่อยทีเด็ด ไปขอพรวัดดัง อัพเดท ปี 2025 แถมเที่ยวสบายสอนใช้ JR Kansai Wide Area Pass พาสเดียวจบ ไปเที่ยวคันไซกัน!!
บินตรงจาก เชียงใหม่-โอซาก้า ไปเที่ยว คันไซ (Kansai) กับ Thai Vietjet Air บินสบาย 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ นั่งสบาย บินกลางคืนถึงเช้าเที่ยวต่อได้เลย


รอบนี้อัมเดินทางไปเที่ยว คันไซ (Kansai) บินไปกับ Thai Vietjet Air บินตรง เชียงใหม่ — โอซาก้า มีบินถึง 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ และอาทิตย์ เครื่องนั่งสบาย ที่นั่งคือกว้าง ยืดขาได้ไม่อึดอัด ขาไปกลางคืนถึงเช้า เที่ยวต่อได้เลย ส่วนขากลับได้บินเช้า ถึงเชียงใหม่บ่ายโมงครึ้ง

ใครบินแล้วหิวช่วงนี้ Thai Vietjet Air เค้าก็มีอาหารให้เลือกสั่งได้ ทั้งคาว-หวาน แนะนำสั่งที่ Sky Cafe เค้าก็มีให้บริการ สั่งล่วงหน้าราคาดีงาม เข้าไปเช็คราคาได้เลยที่ **https://th.vietjetair.com**
เที่ยวญี่ปุ่นสบาย เล่นเน็ตไม่มีสะดุด แนะนำ eSIM.vacay ติดตั้งง่าย ไม่ต้องเปลี่ยนซิมไปมา มีหลากหลายแพคเกจ เริ่มต้น 5GB 5 วัน แค่ 199 บาท

ใครจะเที่ยว เกาหลี (Korea) อัมแนะนำซื้อ Internet มาเลยจากไทยอัมเลือกใช้เน็ตแบบ eSIM ข้อดีคือเราไม่ต้องเปลี่ยนซิมไปมาให้วุ่นวาย สะดวกสุดๆ ซื้อเสร็จสแกน QR Code Add เข้ามือถือปุ๊ป เปิดใช้งานได้ปั๊ป ตั้งค่าไม่วุ่นวาย บินถึงเกาหลีปุ๊ปปใช้ได้ทันที ส่วนเบอร์หลักของเรา ก็ยังมีคนโทรหาได้ตามปกติ รอบนี้อัมซื้อเน็ตของ **eSIM.vacay**สะดวกมาก มีให้บริการถึง 190 ประเทศ มีแพคเกจหลากหลาย ง่ายสุดๆ
ใครสนใจเข้าไปดูที่นี่ได้ค่ะ https://to.vacay.asia/Aumjumma ใส่ Code = Thaf-aumjumma ซื้อครั้งแรกลด 10% ไปเลย
เที่ยว คันไซ (Kansai) คุ้มๆ ใช้บัตร JR Kansai Wide Area Pass 5 วัน ขึ้นรถไฟ JR และ Shinkansen และ limited express trains แบบไม่จองที่นั่งไม่จำกัดครั้ง ใช้ได้ตั้งแต่รถไฟด่วน Haruka จากสนามบินคันไซเข้าเมืองโอซาก้าได้เลย จองผ่าน Klook แค่คนละ 2,588 บาท


รอบนี้อัมแพลนเที่ยวโอซาก้ากับเมืองใกล้ๆ เลยใช้ตัว JR Kansai Wide Area Pass โดยพาสนี้ถือว่าครอบคลุมการเดินทางในหลายเมืองสำคัญใน คันไซ (Kansai) เช่น โอซาก้า, เกียวโต, นารา, โกเบ, วาคายามะ และ ฮิเมจิ แถมยังครอบคลุมพื้นที่นอกคันไซ เช่น โอกายามะ, ทตโตริ, คิโนะซากิ ออนเซ็น และ ชิราฮามะ ซึ่งเหมาะสำหรับการเดินทางเที่ยวรอบภูมิภาค โดยใช้เดินทางได้ไม่จำกัดบนรถไฟสาย JR ในพื้นที่ที่กำหนด รวมถึงรถไฟด่วนพิเศษ (Limited Express) และรถไฟธรรมดา แถมยัง สามารถใช้กับรถไฟ Haruka Express ที่เดินทางระหว่างสนามบินคันไซ (KIX) และเกียวโต/โอซาก้าได้ด้วยนะ สะดวกมากๆ แถมยังจองที่นั่งบนรถไฟด่วนพิเศษ (Limited Express) ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โดยพาสนี้จะมีอายุการใช้งาน 5 วันติดต่อกัน
จองพาส JR Kansai Wide Area Pass ผ่าน Klook ได้ที่นี่ จองเลย >> https://bit.ly/KSWidePass

วิธีออกตั๋ว JR Kansai Wide pass ที่ตู้อัตโนมัติก็ง่ายมาก ไม่ต้องไปรอต่อคิวยาวแล้ว จะเป็นตู้สีเขียวๆ แบบในรูปเลยจ้ะ หลังจากกดเปลี่ยนภาษาเป็นภาษาอังกฤษก็ให้กดกดปุ่ม Receive reserved tickets สีน้ำเงิน >> กดปุ่ม Exchange order(E-Ticket) >> กดปุ่ม Pay now แสกน QR Code ที่ได้มาจาก Klook เสร็จแล้วใช้หน้าพาสปอร์ตแสกนเข้าเครื่องอ่านเป็นอันเสร็จเรียบร้อย ได้ตั๋วออกมา วิธีใช้ก็แค่เสียบเข้าที่ช่องเสียบตั๋วได้เลย สะดวกมาก!! พร้อมแล้วไปเที่ยว คันไซ (Kansai) กัน
จองพาส JR Kansai Wide Area Pass ที่นี่ จองเลย >> https://bit.ly/KSWidePass
วันแรก เที่ยวโอซาก้า ไปถ่ายมุมฮิต IG Shot อันซีนโอซาก้า NAMBA YASAKA SHRINE ศาลเจ้าหัวสิงโต ไปขอพรเรื่องการเรียนและการงาน

หลังจากนั่งรถไฟ Haruka Express ฝากกระเป๋าที่โรงแรมเสร็จ อัมแวะมาเดินเล่นที่ Namba Yasaka Shrine หนึ่งในศาลเจ้าที่แปลกตาของ โอซาก้า (Osaka) ด้วยการออกแบบเป็นหัวสิงโตขนาดใหญ่ตั้งอยู่ด้านหน้า สูง 17 เมตร ความกว้าง 11 เมตรและความลึก 7 เมตร คนญี่ปุ่นนั้นมีความเชื่อกันว่าปากของสิงโตนั้นจะช่วยกลืนกินสิ่งไม่ดี ช่วยปัดเป่าความชั่วร้ายและนำพามาโชคลาภเข้ามา

ที่นี่นอกจากคนญี่ปุ่นจะมาขอพรเรื่องการเรียนหรือด้านการงานให้เกิดความสำเร็จยังกลายเป็นอีกหนึ่งจุดที่คนชอบมาถ่าย IG Shot กันด้วยค่ะ

Namba Yasaka Shrine เวลาเปิด-ปิด : 6.00–17.00 น. พิกัด : https://goo.gl/maps/kCY2KsRHYwomhVvHA การเดินทาง : เดิน 5 นาทีจากสถานีรถไฟใต้ดิน นัมบะ (Numba Station) เดินต่อไปอีกประมาณ 10 นาที
Unagi Kushiyaki Izumo ข้าวหน้าปลาไหลยักษ์คิวยาวชั้นใต้ดินห้าง LUCUA Osaka

ใครชอบปลาไหลต้องจัด!! Unagi Kushiyaki Izumo ข้าวหน้าปลาไหลยักษ์เจ้าดังคิวยาว เรามากินที่สาขาชั้นใต้ดินห้าง LUCUA Osaka คือดีม้าก ใครขี้เกียจรอนานแนะนำให้ไปรอก่อนร้านเปิดนิดนึง ไม่งั้นคิวยาวประมาณ 30–60 นาทีนะ โดยเมนูไฮไลท์จะเน้นไปที่ข้าวหน้าไช่ม้วนท็อปด้วยปลาไหลญี่ปุ่นย่างครึ่งตัว ถ่ายรูปแล้วอลังมาก โดยราคาชามนึงจะอยู่ที่ 2,590 เยน

ของจริงคือใหญ่ม้าก ตัวข้าวมีให้เลือก 2 ไซส์ ระหว่างเล็กกับใหญ่แต่ที่คนชอบสั่งกันจะเป็นแบบใหญ่ ตอนมาเสิร์ฟคือเฮ้ยยย ใหญ่ม้ากก ปลาไหลให้มาแบบครึ่งตัว ย่างมาหอมๆ หนังกรอบนิดๆ ไม่คาวเลย ตัวซอสเค้าจะให้เรามาราดซอสเองนะ ทีเด็ดคือไข่ม้วนด้านล่างที่หน้าตาเป็นแบบไข่ออมเล็ตแต่อร่อย ตัวข้าวเค้าผัดซอสมาเรียบร้อย
Unagi Kushiyaki Izumo สาขาชั้นใต้ดินห้าง LUCUA Osaka เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 11.00–22.00 น. พิกัด : https://maps.app.goo.gl/X4aYfpeL18FaFqQ26 การเดินทาง : เดิน 5 นาทีจากสถานีรถไฟใต้ดิน Umeda ร้านอยู่ ชั้นใต้ดินห้าง LUCUA Osaka
เที่ยวปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) จุดชมต้นแปะก๊วยที่พร้อมใจกันเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ชี้เป้าจุดถ่ายรูป IG Shot คู่กับปราสาทโอซาก้าพร้อมพิกัด

เที่ยวโอซาก้าทั้งทีถ้าไม่ได้มาถ่ายกับแลนด์มาร์คอย่าง Osaka Castle เดี๋ยวเค้าจะหาว่ามาไม่ถึง ยิ่งใครมาช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดที่สวยมาก ของสองท้างเต็มไปด้วยต้นแปะก๊วยเหลืองอร่าม คนญี่ปุ่นมักจะมาเดินเล่นกัน พาน้องหมามาเดินออกกำลังกาย ขี่จักรยานกันแบบชิวๆ

มุมสะพาน Gokurabashi เป็นอีกหนึ่งมุมฮิต ที่ถ้าไม่ได้มาเช้าๆ คนล้นหลามอย่างแน่นอน แนะนำให้คนที่เป็นแบบไปยืนแถวๆ เกือบริมๆ ตรงกลางสะพานแล้วมองออกไปเผลอๆ ส่วนช่างภาพย่อตัวลงนิด ให้แนวสะพานบังคนที่เดินไปเดินมา แค่รอจังหวะไม่มีคนมายืนใกล้ๆ แบบกดชัตเตอร์โลด
พิกัด : goo.gl/maps/716sutRrSB7wFvPh8


มุมเรือโกซะบุเนะคู่กับปราสาทโอซาก้า อันนี้เห็นตอนกำลังเดินกลับ ใครมีเวลาไปล่องเรือชมวิวกันได้ จะมีมุมที่เรือผ่านมาอยู่ในเฟรมคู่กับปราสาทโอซาก้าพอดี ให้เดินเลยท่าเรือ Osakajo Gozabune ไปประมาณ 300 เมตร จะมีมุมที่ถ่ายตัวปราสาทเห็น 2 ด้านพอดี หรือตรงท่าเรือจะมีอีกมุมที่เราไปยืนตรงกลางเฟรมพอดี อันนี้ก็สวยค่ะ

มุมสวนญี่ปุ่น Japanese Garden มุมยอดฮิต IG Shot มุมนี้ได้เงาสะท้อนน้ำปราสาทโอซาก้าบวกวิวสวนญี่ปุ่น ดูองค์ประกอบลงตัว แต่ปัจจุบันกลายเป็นจุดทัวร์จีนมาลงถ่ายรูปกันแล้วเพราะฉะนั้นอย่ามาช่วงเที่ยงๆ เพราะทัวร์กำลังพีคควรมาช่วงเช้าหรือเย็นๆ เลยจะดีกว่า หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้ช่วงหลังบ่ายยังพอได้อยู่
พิกัด : goo.gl/maps/FQoQYjmWZc28R1Sc9

ใครอยู่ถึงตอนกลางคืน เค้ามี Light up ด้วยนะ ย้อมไฟสีปราสาทให้กลายเป็นสีฟ้า
Osaka Castle เวลาเปิด-ปิด : 9:00–17:00 น. พิกัด : goo.gl/maps/8D2zytVfyLW4Cwa66
ถนน โดทงโบริ (Dotonburi) แหล่งท่องเที่ยว ช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดในโอซาก้า พาไปถ่ายรูปคู่ป้ายกูลิโกะมุมใหม่ให้ไม่ซ้ำใคร


มาเที่ยวโอซาก้า ไม่มา โดทงโบริ (Dontonburi) หรือ ชินไซบาชิ (Shinsaibashi) นี่เหมือนมาไม่ถึง ต้องบอกว่า ถนนโดทงโบริ นี่คือย่านการค้าที่สำคัญของโอซาก้า (Osaka) เรียกได้ว่าคือ แหล่งละลายเงินเยน สวรรค์แห่งการช้อปปิ้ง โดยฝั่งของ โดทงโบริ (Dontonburi) ก็จะเน้นไปทางร้านสตรีทฟู้ดต่างๆ มีป้ายไฟสีสันสดใส ถ่ายรูปยามค่ำคืนคือสวยมาก

ส่วน ชินไซบาชิ (Shinsaibashi) นี่เรียกได้ว่ามาเกือบทุกวันก็ว่าได้ เพราะเป็นแหล่งรวมที่ช้อปที่มีหลังคายาว ฝนตกก็ไม่ต้องกลัว และเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ทุกคนต้องมาถ่ายรูปกับป้ายไฟกูลิโกะกัน ส่วนร้านอาหารที่ขึ้นชื่อก็มีทั้ง กินปูที่ Kani Doraku หรือ กินทาโกะยากิเจ้าดัง Kougarya Takoyaki และ ราเม็งข้อสอบ Ichiran Ramen ก็อยู่แถวนี้ทั้งนี้

อัพเดทมุมถ่ายรูปเก๋ๆ กับป้ายไฟกูลิโกะ แถมถ่ายฟรีด้วย! ใครอยากได้รูปไม่ซ้ำคนอื่น ฟีลไปวิ่งแข่งลงสนามกับกูลิโกะแมน ให้เดินมาที่ร้าน nanohana 戎橋店 อยู่ติดริมคลองตรงข้ามป้ายกูลิโกะเลย เค้าจะทำมุม Trick Art เหมือนเราอยู่ลู่วิ่งเดียวกัน ถ่ายออกมาแล้วได้รูปประมาณนี้เลยจ้า
ร้าน Nanohana เวลาเปิด-ปิด : 11.00 น. — 21.00 น. พิกัด : https://bit.ly/GulicoSpot

ส่วนร้านช้อปก็มีตลอด 2 ข้างทาง ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ร้านขายยา ร้านเครื่องสำอางค์ ร้านขายของที่ระลึกเยอะแยะไปหมด มาเที่ยวโอซาก้าทั้งทีอยากได้อะไรรับรองมีขายหมด มาช้อปปิ้งที่นี่กันได้จ้า
ย่าน Shinsaibashi พิกัด : https://goo.gl/maps/yQCPcpZHcZTSaTnRA
วันที่สอง พาเที่ยว Arashiyama ตะลุยชมใบไม้เปลี่ยนสี ไปถ่ายรูปคู่ป่าไผ่ในตำนาน แบบ 1 Day Trip

เมืองสุดท้ายที่เราจะมาขับรถเที่ยวกัน นั่นก็คือ เมือง Arashiyama ที่จังหวัดเกียวโตกัน ต้องบอกว่าที่นี่ฮิตทุกฤดู แต่ฤดูที่สวยสุดต้องยกให้ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ต้นไม้จะทยอยเปลี่ยนสีไล่กันไป จนภูเขานั้นจะเต็มไปด้วยสีสัน ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีจากตัวเมืองเกียวโต สำหรับคนที่ขับรถมาแนะนำให้ไปจอดรถที่วัด Tenryu-ji นะ เค้าจะเหมาค่าจอดรถทั้งวันแค่ 1,000 เยนเท่านั้น

แค่ในตัววัดนี่ก็สวยมากแล้ว ต้นเมเปิ้ลนับร้อยต้นเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม ให้เราได้ถ่ายรูปกันเพลินๆ วัด Tenryu-ji เป็นหนึ่งในวัดที่เป็นตัวแทนของเกียวโต ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ใครมีเวลาแวะไปชมวิวอันงดงามจากสวนทรงกลมที่มีศูนย์กลางอยู่ที่สระโซเก็น ชมรูปวาดมังกรที่ปรากฎในภาพฝาผนังและบนเพดานกันได้นะคะ
วัด Tenryu-ji เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 8.30–17.00 น. แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/cUYFMNSpcMSDivV59

เสร็จแล้วก็ไปเดินเล่นสะพานโทเก็ตสึเคียว (Togetsukyo Bridge) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 836 อายุกว่า 400 ปี!! ชมวิวแม่น้ำ Katsura ที่มี Background เป็นเหล่าต้นไม้เปลี่ยนสีหลากสีสัน จนเหมือนภาพวาด ตรงนี้มีเช่าเรือพายได้นะ


ก่อนจะเดินถึงป่าไผ่ ถ้าใครมาช่วงใบไม้เปลี่ยนสี อย่าลืมแวะมาเก็บภาพริมน้ำกันด้วยนะ วิวสวยมาก จังหวะเรือผ่านลอดใบเมเปิ้ลสีแดงคือสวยแบบสุดๆ

เสร็จแล้วก็มากันจนถึงแลนด์มาร์ค ไปถ่ายรูปกับป่าไผ่ Bamboo Grove ชมต้นไผ่สูงจนปกคลุมท้องฟ้า ครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้านพักตากอากาศของขุนนางในสมัยเฮอัน สัมผัสความงามของธรรมชาติผ่านแสงแดดที่ส่องผ่านต้นไม้และเสียงใบไม้ที่ร่วงหล่น ใครอยากได้รูปแบบไม่มีคน ต้องมาเช้าๆ เลยนะ พอเริ่มสายคนก็จะเยอะแล้ว
ป่าไผ่ Bamboo Grove, Arashiyama แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/R9PFxL44HLf7xwbD8

ใครไม่มีแฟนต้องมาทางนี้เลย แวะไหว้ขอพรที่ ศาลเจ้าโนโนมิยะ(Nonomiya Jinja Shrine) เป็นที่ประดิษฐานของรูปปั้นเทพเจ้า Nonomiya Daikokuten ที่เชื่อกันว่าเป็นเทพพระเจ้าแห่งการจับคู่หากมาบูชาจะมีโชคด้านความรักและคู่ครอง ส่วนคนมีคู่อยู่แล้วก็จะได้แต่งงานมีชีวิตคู่ที่ราบรื่นสงบสุข ทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้โด่งดังมากๆ ในหมู่สาวๆ ไม่เพียงแค่จะมาขอคู่เท่านั้นที่นี่ยังมีหิน Okame-ishi ที่เชื่อว่าหากขอพรพร้อมถูหินจะทำให้ความปรารถนาเป็นจริงได้ในที่สุดภายใน 1 ปีแถมยังมีแผ่นไม้รูปหัวใจให้เขียนขอพร และยังมีเครื่องรางน่ารักๆ ที่เชื่อว่าพกแล้วจะโชคดีเรื่องความรักมาให้ซื้อกลับไปฝากติดไม้ติดมือกันด้วยค่ะ
ป่าไผ่ Bamboo Grove, Arashiyama เวลาเปิด-ปิด : 09.00–17.00 น. แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/o1KUh2ktBRdJJozA9
ศาลเจ้า Fushimi Inari มุมดังเกียวโต ไปถ่ายรูปกับเสาโทริอิที่เรียงรายนับหมื่นต้น ไปขอพรให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจ และความอุมสมบูรณ์ไม่มีภัยพิบัติ

ปิดท้ายวันกันที่ ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริ (Fushimi Inari Taisha) หรือที่คนไทยรู้จักคือ ศาลเจ้าจิ้งจอก เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดในเกียวโต และเป็นศาลเจ้าชินโตที่อุทิศให้กับเทพอินาริ ซึ่งเป็นเทพแห่งการเกษตร การค้าขาย และความอุดมสมบูรณ์ โดยมีสัญลักษณ์สำคัญคือ จิ้งจอก (Kitsune) ที่เชื่อว่าเป็นผู้ส่งสารของเทพอินาริ ที่สำคัญคือเข้าชมฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายนะจ้ะ


ไฮไลท์ของที่นี่คือ จะมีเสาโทริอิสีแดง (Torii Gates) ที่เรียงรายเป็นทางเดินยาวขึ้นเขาอินาริ (Mount Inari) ถึงหมื่นต้น ซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม โดยเสาโทริอิแต่ละต้นถูกบริจาคโดยบุคคลหรือบริษัทที่ต้องการขอพรให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ

และยังมี รูปปั้นจิ้งจอก (Kitsune) ที่พบได้ทั่วศาลเจ้า ถือเป็นสัญลักษณ์ของเทพอินาริ โดยปากของจิ้งจอกมักจะคาบสิ่งต่าง ๆ เช่น กุญแจหรือรวงข้าว ซึ่งมีความหมายเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์และความมั่งคั่ง ถ้าใครมีเวลาก็สามารถเดินขึ้นเขาอินาริได้ ใช้เวลาประมาณ 2–3 ชั่วโมงในการเดินถึงยอด ระหว่างทางมีจุดพัก ร้านขายอาหาร และวิวสวย ๆ ของเกียวโต ส่วนใครจะมาไหว้พระขอพร ที่นี่คนมักมาขอพรเกี่ยวกับความสำเร็จในธุรกิจ การเกษตร หรือโชคลาภกันค่ะ

ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริ (Fushimi Inari Taisha) เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง การเดินทาง : จากสถานีเกียวโต (Kyoto Station) ขึ้นรถไฟ JR Nara Line ไปลงที่สถานี Inari Station ใช้เวลาเพียง 5 นาที แผนที่ : https://g.co/kgs/X3SQuRi
วันที่สาม เที่ยว นารา (Nara) แบบไปเช้า-เย็นกลับ ชมศาลเจ้าคะซุงะ (Kasuga Taisha) ที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุด และยังเป็นหนึ่งในมรดกโลก ยูเนสโกแห่งเมืองนารา

ศาลเจ้าคะซุงะ (Kasuga Taisha) เป็นศาลเจ้าชินโตที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองนารา ประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 768 เพื่อบูชาเทพเจ้าผู้ปกป้องเมืองและตระกูลฟุจิวาระ (Fujiwara Clan) ซึ่งเป็นตระกูลทรงอิทธิพลในยุคเฮอัน (Heian Period) เชื่อว่าเป็นผู้ปกป้องเมืองนาราและตระกูลฟุจิวาระ รวมถึงเทพเจ้าแห่งการเกษตรและความมั่งคั่ง ตัวอาคารของศาลเจ้าได้รับการบูรณะหลายครั้ง แต่ยังคงรักษารูปแบบสถาปัตยกรรมดั้งเดิมที่งดงาม โดยเฉพาะสีแดงสดที่เป็นเอกลักษณ์

ซึ่งศาลเจ้าแห่งนี้มีชื่อเสียงจาก โคมไฟหินและโคมไฟโลหะ จำนวนหลายพันดวงที่ประดับอยู่ทั่วศาลเจ้า ซึ่งโคมไฟถูกจุดไฟในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น เทศกาลโคมไฟ (Mantoro Festival) ซึ่งจัดขึ้นปีละสองครั้ง (ในเดือนกุมภาพันธ์และสิงหาคม) สามารถเขียนคำขอพรบนแผ่นไม้เอมะ (Ema) ได้ด้วยนะ คนมักมาขอพรเกี่ยวกับ ความปลอดภัยของครอบครัว สุขภาพ ความสำเร็จในชีวิต และการเกษตร

แถมศาลเจ้าคะซุงะตั้งอยู่ในป่าศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่า ป่าคะซุงะ (Kasugayama Primeval Forest) ซึ่งเป็นมรดกโลกของยูเนสโก ทำให้บรรยากาศโดยรอบสงบและร่มรื่น โดยจะมีน้องกวางเดินไปเดินมาแบบอิสระให้ถ่ายรูปกันด้วย โดยมุมที่ชอบมาถ่ายรูปกันคือน้องกวางที่โผล่มาจากโคมไฟหิน

ศาลเจ้าคะซุงะ (Kasuga Taisha) เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 7:00–17:00 การเดินทาง : เดินทางจากสถานี Kintetsu Nara Station โดยใช้เวลาเดินประมาณ 20 นาที แผนที่ : https://g.co/kgs/mmDhpu1
แวะถ่ายรูปกับมุมฮิต ร้าน Mizuya Chaya ร้านน้ำชาแบบดั้งเดิม ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีสวยมาก!

Mizuya Chaya เป็นร้านน้ำชาแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่ตั้งอยู่ในบริเวณ ศาลเจ้าคะซุงะ (Kasuga Taisha) ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญและมีบรรยากาศเงียบสงบ ท่ามกลางธรรมชาติและป่าศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้า ร้านนี้เป็นจุดพักผ่อนสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมศาลเจ้าและเดินเล่นในบริเวณป่าคะซุงะ

ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีพีคๆ ต้นเมเปิ้ลจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ยิ่งใบเมเปิ้ลร่วงหล่งสู่พื้นจะสวยเหมือนพรมสีแดงเลยจ้า ตรงนี้ก็จะมีน้องกวางเดินไปเดินมาด้วย ช่างภาพชอบมาถ่ายรูปกันตอนเช้าๆ ใครอยากหาอะไรทานมีหมด ทั้งอุด้ง ไอติม ราคาไม่แพง
Mizuya Chaya เวลาเปิด-ปิด : เปิด 10.00–16.00 น. (ปิดทุกวันพุธ) การเดินทาง : เดินทางได้จาก สวนสาธารณะนารา (Nara Park) โดยใช้เวลาเดินประมาณ 10–15 นาทีจากตัวศาลเจ้า แผนที่ : https://g.co/kgs/hAR6PCt
ไปไหว้พระขอพรที่ วัดโทไดจิ (Todaiji Temple) มรดกโลก ชมวิหารไม้ไดบุทสึเด็นและ พระพุทธรูปไดบุทสึ พระพุทธรูปหล่อสำริดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

วัดโทไดจิ (Todaiji Temple) เป็นหนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมือง นารา (Nara) และยังเป็นมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO) วัดนี้เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และศาสนาในญี่ปุ่น มีชื่อเสียงในฐานะที่เป็นที่ตั้งของ พระพุทธรูปไดบุทสึ (Daibutsu) หรือพระพุทธรูปหล่อสำริดขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สูงประมาณ 15 เมตร และหนักกว่า 500 ตัน

โดยมีวิหารไม้ไดบุทสึเด็น เป็นวิหารอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แม้ว่าปัจจุบันจะมีขนาดเล็กกว่าของเดิม แต่ก็ยังคงความยิ่งใหญ่และน่าทึ่ง ด้านในมีเสาไม้ขนาดใหญ่ภายในวิหารมีรูขนาดเล็กอยู่ที่ฐาน ซึ่งเชื่อกันว่าหากสามารถลอดผ่านรูนี้ได้ จะได้รับพรและโชคดีด้วยนะ
วัดโทไดจิ (Todaiji Temple) เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน 8:00–17:00 น. การเดินทาง : จากสถานี JR Nara Station หรือ Kintetsu Nara Station สามารถเดินหรือนั่งรถบัสไปยังวัดโทไดจิได้ในเวลา 10–20 นาที แผนที่ : https://g.co/kgs/tKFm1K9


หลังจากไหว้พระเสร็จ อย่าลืมเดินเล่นบริเวณด้านหน้าวัด จะมีเป็นลำธารเล็กๆ ล้อมรอบไปด้วยน้องกวาง ใครไปแถวนี้อย่าลืมซื้อเซมเบ้ติดตัวไปนะ ยิ่งช่วงใบไม้แดงคือสวยมาก รอจังหวะดีดี ถ่ายรูปได้แบบนี้เลยจ้า
มุมถ่ายรูปน้องกวาง 吉城川 แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/acF3W52Hv8m4hHn97
Nara Park เนินชมวิวมองเห็นเมืองเกียวโต มีมุมต้นไม้ Alone Tree ช่วงพระอาทิตย์ตกสวยมาก


ก่อนแวะกลับ อัมแวะมาตรง Nara Park จะอยู่ตรง ลานทุ่งหญ้าใกล้กับป้ายรถเมล์ N8 Kasugataishaomotesando Bus Stop วิวตอนเย็นคือสวยมาก นอกจากจะมีน้องกวาง แต่ว่าอัมชอบต้นไม้ต้นนี้บนเนินสุดๆ เหมือนฟีลอารมณ์ Alone Tree ตอนอัมไปน้องใบร่วงหมด กิ่งก้านสาขาถ่ายมาแล้วสวยมาก มาจุดนี้นอกจากจะได้ถ่ายกวางแล้วยังได้ถ่ายมุมนี้ด้วยนะ แล้วติดป้ายรถเมล์นั่งกลับ Kyoto Satation ได้สบายๆ
Nara Park แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/XSLPeo8c4HeFvuPw9
วันที่สี่ แวะเที่ยวเมืองท่า ย่าน Akashi เมืองเฮียวโงะ เดินเล่นถนนช้อปปิ้งอุโอะโนะทะนะ (Uonotana Shopping Street) ไปชิม อาคาชิยากิ ทาโกะยากิสไตล์โกเบ


ก่อนไปเที่ยวโกเบ ขอแวะมาเที่ยวกันที่ ถนนช้อปปิ้งอุโอะโนะทะนะ (Uonotana Shopping Street) เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงในเมืองอากาชิ (Akashi) จังหวัดเฮียวโงะ (Hyogo) ประเทศญี่ปุ่น โดยถนนสายนี้มีความเป็นเอกลักษณ์และมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นของเมืองที่ติดชายฝั่งทะเล 🌊 มีของกินเยอะมาก โดยเฉพาะปลาหมึกอากาชิ (Akashi Octopus) ซึ่งเป็นของขึ้นชื่อประจำเมือง



และของขึ้นชื่ออีกอย่างของที่นี่คือ มีร้านขาย อากาชิยากิ (Akashiyaki) ซึ่งเป็นต้นตำรับของขนมทาโกะยากิ จะต่างกันที่เนื้อแป้งค่ะ อาคาชิยากิ จะเน้นที่ไข่เป็นส่วนผสมหลักๆ จึงทำให้เนื้อของอาคาชิยากิจะนุ่มๆนิ่มๆ ฟูๆ จะเสิร์ฟมาบนแท่นไม้ เวลาทานจะไม่ราดซอส แต่จะจุ่มกับซุปใส ที่เสิร์ฟมาคู่กัน จะได้รสชาติของไข่และรู้สึกละมุนๆ
ถนนช้อปปิ้งอุโอะโนะทะนะ (Uonotana Shopping Street) เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน 10.00–17.00 น. การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR มาลงที่ สถานี Akashi เดินต่อ 5 นาที แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/Y5f6b6PEgFAUUbjH9
มุมถ่ายรูปยอดฮิตโกเบ หุ่นยักษ์หมายเลข 28 จากอนิเมะชื่อดังเรื่อง Tetsujin 28-go

เริ่มเที่ยวจุดแรกของโกเบ เรามาถ่ายรูปกันที่ หุ่นหมายเลข 28 โกเบ (Tetsujin 28-go) หรือที่รู้จักในชื่อ ไอรอนแมนหมายเลข 28 มาจากมังงะและอนิเมะชื่อดังเรื่อง Tetsujin 28-go (鉄人28号) หรือ ไอรอนแมนหมายเลข 28 เป็นรูปปั้นขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเมืองโกเบ (Kobe) ประเทศญี่ปุ่น โดยหุ่นตัวนี้เป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองและเป็นที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงผลงานของ มิตซุเทรุ โยโกยามะและเพื่อฟื้นฟูจิตใจของผู้คนหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในโกเบเมื่อปี 1995 มาไม่ยาก ตั้งอยู่ที่ สวนวาคามัตสึ (Wakamatsu Park) อยู่ใกล้กับสถานี JR Shin-Nagata เดินมาได้เลย
หุ่นหมายเลข 28 โกเบ (Tetsujin 28-go) เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง การเดินทาง : นั่งรถไฟ มาลงที่ JR Shin-Nagata เดินประมาณ 5 นาที แผนที่ : https://maps.app.goo.gl/rpKZtNjqf7xhUCbG7
ไปไหว้พระขอพร พระใหญ่ไดบุทสึแห่งโกเบ (The Great Image of Buddha of Kobe) ที่วัด โนฟุคุจิ (Nofukuji Temple)

พระใหญ่ไดบุทสึแห่งโกเบ (The Great Image of Buddha of Kobe) วัด โนฟุคุจิ (Nofukuji Temple) เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น มีประวัติยาวนานกว่า 1,200 ปี พระพุทธรูปองค์นี้เป็นที่รู้จักในฐานะพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญทางศาสนาและวัฒนธรรมในภูมิภาคนี้

โดยคนมักมาขอพรให้ชีวิตมีความสงบ ราบรื่น และปราศจากปัญหา เรื่องความปลอดภัยและสุขภาพในชีวิต ช่วยปกป้องจากโรคภัยไข้เจ็บและอันตราย บรรยากาศคือเงียบสงบมาก อย่าลืมแวะมาไหว้พระขอพรกันนะคะ
พระใหญ่ไดบุทสึแห่งโกเบ (The Great Image of Buddha of Kobe) วัด โนฟุคุจิ (Nofukuji Temple) เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน 10.00–16.00 น. การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR มาลงที่ สถานี Hyogo Station เดินประมาณ 10 นาที แผนที่ : https://g.co/kgs/7XR872s
Kobe Harborland เดินเล่นชมวิวริมอ่าวโกเบแบบ 180 องศา ช่วงเย็นและค่ำคือวิวสวยมาก มีร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่ด้วย

Kobe Harborland เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมในเมืองโกเบ (Kobe) ประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่บริเวณริมอ่าวโกเบ (Kobe Bay) โดยเป็นพื้นที่ที่ผสมผสานระหว่างความงดงามของธรรมชาติและความทันสมัยของเมืองได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับการเดินเล่นริมอ่าว (Meriken Park) ช้อปปิ้ง รับประทานอาหาร และถ่ายภาพสวยๆ ยิ่งช่วงเย็นๆ ถึงหัวค่ำคือวิวสวยมาก!!


นอกจากนี้ ยังมองเห็นวิวหอคอยโกเบ (Kobe Port Tower) และ พิพิธภัณฑ์การเดินเรือโกเบ (Kobe Maritime Museum) ที่เปิดไฟยามค่ำคืน หรือใครอยากล่องเรือชมวิวอ่าวโกเบก็มีให้บริการเหมือนกัน แถมยังมี ศูนย์การค้า โมเสค (Mosaic) มีร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่ที่สามารถมองเห็นวิวอ่าวโกเบแถมมีชิงช้าสวรรค์ด้วยจ้า
Kobe Harborland เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน 10.00–21.00 น. การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR มาลงที่ สถานี Kobe Station หรือนั่งรถไฟใต้ดินมาลงที่ สถานี Harborland Station เดินต่อประมาณ 5–10 นาที แผนที่ : https://g.co/kgs/p7fTTSV
Yakiniku Rokko บุฟเฟ่ต์เนื้อย่างสุดคุ้ม เริ่มต้นคนละ 2,980 เยน เดินทางสะดวกย่าน Sannomiya ดึกดื่นกินได้ เปิดยันตี 5


ปิดท้ายทริป พาไปกินร้านบุฟเฟ่ต์เนื้อย่างกันที่ Yakiniku Rokko ย่าน Sannomiya เริ่มต้นแค่ 2,980 เยน เมนูก็จะมีทั้ง เนื้อ หมู ไก่ โดยแพคแพงสุดจะอยู่ที่ 4,980 เยน จะได้พวกลิ้นวัว เนื้อวากิวหลายส่วน เพิ่มขึ้นมาด้วย แถมใครชอบดื่มนี่แนะนำเลย ดื่มไม่อั้นแค่ 1,890 เยน รวมแอลแล้ว หรือ Softdrink ไม่อั้นจะอยู่ที่คนละ 690 เยน ทานได้ 120 นาที สั่งได้ 105 นาที ถือว่าอร่อยใช้ได้เลยนะ ใครหาร้านบุฟเฟ่ต์ที่โกเบ หรือรอต่อคิวร้านสเต็กไม่ไหว แนะนำเลยค่า เพราะเปิดดึกยัน ตี 5 เลย!!
Yakiniku Rokko เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน วันธรรมดา 11.30–15.00 น. และ 17.00–5.00 น. / วันเสาร์ 11.30–05.00 น. / วันอาทิตย์ 11.30–03.00 น. การเดินทาง : นั่งรถไฟ JR มาลงที่ สถานี Sannomiya (三宮駅) เดินประมาณ 5–10 นาที ร้านอยู่ชั้น 2 ของตึก แผนที่ : https://g.co/kgs/p7fTTSV
메타데이터
- post_id
- 376352cfb8a9
- slug
- kansai-5-days-4-nights-376352cfb8a9
- url
- https://aumjumma.com/kansai-5-days-4-nights-376352cfb8a9
- canonical_url
- https://aumjumma.com/kansai-5-days-4-nights-376352cfb8a9
- author_url
- https://medium.com/@aumjumma
- status
- ok
- fetched_at
- 2026-07-14 04:07:58