← Back to list

แบกเป้ลุยเดี่ยวจากอุดรธานีถึงหลวงพระบาง

ทริปนี้เป็นอีกหนึ่งโซโล่ทริปที่สนุกและเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวสไตล์แบ็คแพ็กฉายเดี่ยว ซึ่งเป็นการเดินทางจากฝั่งไทยเพื่อข้ามไปยัง สปป. ลาว…

NunUpOrShutup · 2025-12-29 15:19 · 0 claps · 3.3 min read
#ท่องเที่ยว #ท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #สปปลาว #เวียงจันทน์ #หลวงพระบาง
Open on Medium ↗

แบกเป้ลุยเดี่ยวจากอุดรธานีถึงหลวงพระบาง

ทริปนี้เป็นอีกหนึ่งโซโล่ทริปที่สนุกและเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวสไตล์แบ็คแพ็กฉายเดี่ยว ซึ่งเป็นการเดินทางจากฝั่งไทยเพื่อข้ามไปยัง สปป. ลาว โดยเริ่มจากบินไปลงที่จังหวัดอุดรธานี แล้วกระเตงตัวเองไปจนถึงหลวงพระบาง ก่อนออกเดินทางได้มีการหาข้อมูล อ่านรีวิวจากชาวบ้านชาวเมืองมาคร่าว ๆ ว่าทางสะดวกไหม ไปยังไงดี บลา ๆ ส่วนรายละเอียดเป็นอย่างไร ลองมาอ่านกันต่อได้เลย

เริ่มต้นจากการขึ้นเครื่องบินจากกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) ไปลงที่จังหวัดอุดรธานี ค่าตั๋วไม่ถึงพันบาท บวกค่าที่พักสำหรับหนึ่งคืนอีกนิด รวมแล้วประมาณสามร้อยกว่าบาท เป็นไฟลต์กลางคืนช่วงวันหยุด ราคาก็เลยถูกหน่อย ที่พักเป็นโรงแรมเล็ก ๆ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อยู่ใกล้เซ็นทรัลอุดร เดินออกไปไม่ไกลก็จะเป็นแหล่งเที่ยวกลางคืนในตัวเมือง ฝรั่งเยอะ ของกินอร่อย ๆ เพียบ และยังใกล้สถานีรถไฟอีกด้วย ถือเป็นเมืองที่มีสีสันในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

แต่จากการพูดคุยสอบถามผู้ประกอบการในย่านนั้น ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าช่วงนี้เงียบ เศรษฐกิจค่อนข้างซบเซา หลังจากออกไปจิบเบียร์เบา ๆ สักหนึ่งถึงสองดริ๊งก์ ก็กลับที่พักเพื่อพักผ่อน ระหว่างทางแวะร้านสะดวกซื้อซื้อของใช้ส่วนตัวที่ไม่ได้แบกมาจากกรุงเทพฯ เพราะกลัวน้ำหนักเกิน จากนั้นก็เข้านอน เตรียมแรงไว้ลุยวันถัดไป

เช้าวันต่อมา ก็ไปเดินหาร้านเช่ามอเตอร์ไซค์แถว ๆ นั้น สรุปได้มาคันหนึ่ง โดยมีค่าเช่า 200 บาท (ครึ่งวัน) ราคาเต็มวัน 300 บาท ลดได้ร้อยนึงก็ยังดีว่ะ! จะได้ขี่เที่ยวสถานที่สำคัญในตัวเมือง เพราะเรามีเวลาแค่ครึ่งวัน ก่อนจะออกเดินทางไปจังหวัดหนองคายในช่วงบ่าย

ขอท้าวความนิดหนึ่ง จากทริปก่อนหน้าที่ไปดานัง–ฮอยอัน ประเทศเวียดนาม (สามารถตามไปอ่านได้ที่บทความ **แบกเป้ลุยเดี่ยวเที่ยวดานัง–ฮอยอัน 2025**) ตอนนั้นได้บังเอิญพบและพูดคุยกับครอบครัวใหญ่ครอบครัวหนึ่ง ราวยี่สิบกว่าคน เป็นคนไทยเชื้อสายเวียดนามที่อาศัยอยู่ในอุดรธานี คุณลุงท่านหนึ่งให้ที่อยู่ไว้ บอกว่าถ้ามาอุดรให้แวะไปหาได้

พอมีโอกาสก็ไม่รอช้า เพราะครอบครัวลุงเขาขายซาลาเปาอยู่ในตัวเมืองอุดร แต่…..ดันโชคไม่ดี คุณลุงหนีไปเที่ยวใต้ เหลือแต่ญาติลุงแกที่เคยเจอกันตอนไปฮอยอันกำลังยืนขายข้าวจี่อยู่หน้าบ้าน เขาจำเราได้ เลยได้ข้าวจี่กินฟรีมาอีกสองชิ้น ต้องขอกราบขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

จากนั้นก็ขี่รถต่อไปที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์ ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของตัวเมืองอุดรธานี พื้นที่กว้างใหญ่ ร่มรื่น เหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจสุด ๆ แถมยังมีเป็ดยางสีเหลืองยักษ์ลอยเด่นอยู่กลางน้ำ เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมอีกด้วย

ต่อกันที่พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ภายในจัดแสดงประวัติความเป็นมาของจังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน ตัวอาคารเดิมเคยเป็นจวนผู้ว่าราชการจังหวัดในอดีต อาณาบริเวณสะอาด เป็นระเบียบ จัดโซนนิ่งได้ดีมาก ต้องขอชื่นชมการจัดการของทางจังหวัด

ก่อนเที่ยงเล็กน้อย แวะไปกราบสักการะศาลหลักเมืองอุดรธานี เพื่อเอาฤกษ์เอาชัยในการเดินทางครั้งนี้ จากนั้นประมาณ 10:30 น. ก็กลับที่พัก อาบน้ำ เก็บของ เตรียมตัวออกเดินทางต่อไปยังจังหวัดหนองคาย

การเดินทางจากอุดรธานีไปหนองคายด้วยขนส่งสาธารณะถือว่าสะดวกมาก มีหลายตัวเลือก ตัวเลือกแรกคือรถไฟ ราคาถูกมาก จำได้ว่าประมาณสิบกว่าบาทเท่านั้น แต่เนื่องจากรอบเวลาไม่ค่อยเหมาะ เลยเลือกใช้รถโดยสารแทน ใกล้ที่พักมีทั้ง บขส. จังหวัด และวินรถหน้าเซ็นทรัลอุดร ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน เดินได้สบาย สุดท้ายเลือกมินิบัสจากวินหน้าเซ็นทรัล ค่าโดยสาร 55 บาท มีรถออกทุกชั่วโมง ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีก็ถึงหนองคาย

รถจะวิ่งไปถึงด่านชายแดน แต่เราลงตัวเมือง จึงต้องเปลี่ยนรถเล็กน้อยระหว่างทาง ชิล ๆ บ่ายสองกว่า ๆ ก็ถึงตัวเมืองหนองคาย จากนั้นเรียก Grab ไปที่พักแถวริมโขง ระยะทางประมาณหนึ่งกิโลเมตร

ที่พักคืนนี้เป็นแนวเกสต์เฮาส์ติดริมโขง ด้วยความขี้เหนียวเลยเลือกห้องถูกสุด ราคา 3xx บาท สิ่งที่ได้คือบ้านเดี่ยว แยกห้องนอน ไม่มีแอร์ มีมุ้ง ห้องน้ำรวม และต้องแชร์พื้นที่กับฝรั่งแบ็คแพ็กสามสี่คนที่นั่งสูบกัญชากันทั้งวันจนแทบอยู่ห้องไม่ได้ คิดในใจว่า “เอาวะ แค่คืนเดียว”

อาบน้ำเสร็จก็ออกไปเดินเที่ยวในตัวเมืองหนองคาย สิ่งแรกที่สังเกตได้คือเป็นเมืองที่เงียบสงบมาก ไม่พลุกพล่านเหมือนอุดรธานี ทั้งที่อยู่ไม่ไกลกัน สถานที่ท่องเที่ยวหลัก ๆ จะกระจุกตัวอยู่ริมแม่น้ำโขง ไม่ว่าจะเป็นลานพญานาค ตลาดท่าเสด็จ วัดโพธิ์ชัย (วัดพระอารามหลวงและวัดคู่บ้านคู่เมืองของหนองคาย) อนุสาวรีย์ปราบฮ่อ รวมถึงคาเฟ่เล็ก ๆ ริมน้ำ

ไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือร้าน “แดงแหนมเนือง” ร้านอาหารไทย–เวียดนามชื่อดัง ติดริมโขงใกล้ตลาดท่าเสด็จ สั่งแหนมเนืองชุดเล็กมานั่งกินคนเดียว ราคา 235 บาท อร่อย อิ่มยันเช้า บรรยากาศดี คุ้มมาก

ตกดึกเมืองยิ่งเงียบลงไปอีก สถานบันเทิงมีบ้างแต่ไม่มาก เมื่อเทียบกับอุดร เลยดื่มเบา ๆ พอเป็นพิธี แล้วกลับที่พักเพื่อพักผ่อน เตรียมข้ามฝั่งไปเวียงจันทร์ในวันถัดไป ซึ่งสรุปคือนอนไม่หลับ เพราะกลิ่นกัญชาและเสียงคุยของเพื่อนร่วมห้องตลอดคืน

เช้าวันถัดมา ตื่นสายประมาณสิบโมง อาบน้ำ เก็บกระเป๋า เช็กเอาต์ จากนั้นเรียก Grab ไปสวนสาธารณะหนองถิ่น ซึ่งอยู่ใกล้ด่านชายแดน เพื่อวางแผนการเดินทางในเวียงจันทร์ ซื้อประกันการเดินทาง และโรมมิ่งอินเทอร์เน็ต ส่วนตัวเลือกโรมมิ่งเพราะไม่ได้ใช้งานหนัก แค่ติดต่อสื่อสารทั่วไป ไม่ต้องเปลี่ยนซิมให้วุ่นวาย สรุปคือเน็ตเหลือด้วยซ้ำ

จากนั้นเรียกรถอีกประมาณ 40 บาท ไปที่ด่านพรมแดนไทย–ลาว หรือสะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 1 เข้าสู่ขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองฝั่งไทย แล้วซื้อตั๋วรถบัสข้ามสะพานไปฝั่งลาว ราคาโดยประมาณ 30–40 บาท ใช้เวลาราวสิบนาทีก็ถึง ตม. ลาว

ฝั่งลาวต้องกรอกใบเข้าเมือง มีบริการเขียนให้คิดเงิน 20 บาท ซึ่งแอบงงนิดหน่อย แต่ก็จ่ายไป จากนั้นผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง พร้อมค่าเหยียบแผ่นดินอีก 20 บาท เสร็จแล้วจะมีคนเข้ามาเสนอขายซิม แลกเงิน และรถเข้าเมืองเต็มไปหมด เราเลือกเดินไปที่ป้ายรถเมล์ใกล้ตลาดแถวนั้น เจอรถประจำทางวิ่งเข้าเวียงจันทร์พอดี ไปลงที่ตลาดเช้า (สถานีขนส่งหลักของเมือง) ค่าโดยสารจ่ายเป็นเงินไทยได้ 20 บาท ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงนครเวียงจันทร์

ถึงเวียงจันทร์ตอนเที่ยง เริ่มจากหาแลกเงิน แต่ดันไปจบที่ร้านซ่อมมือถือ เพราะเข้าไปถามเรื่องการสมัครแอป Locca (แอปเรียกรถของลาว คล้าย Grab) ซึ่งสมัครไม่ผ่านเพราะไม่ส่ง OTP สุดท้ายแลกเงินสดไว้พอประมาณ และใช้แอปธนาคารไทยโอนผ่าน QR เป็นหลัก ซึ่งธนาคารที่ใช้ได้คือกรุงศรีฯ และ KBank สะดวกดีมาก

จากตลาดเช้าไปโรงแรมที่จองไว้ระยะทางเกือบหนึ่งกิโลเมตร สมัครแอปเรียกรถไม่ได้ ก็เดินมันเลย ได้เดินชมเมืองไปด้วย เวียงจันทร์เป็นเมืองหลวงที่ไม่มีตึกสูงมากนัก (ตอนไปคือเดือนตุลาคม 2568) ฟุตบาทหลายจุดกำลังปรับปรุง มีหลุมบ่อ ต้องระวังพอสมควร สถาปัตยกรรมเป็นการผสมระหว่างล้านช้างกับโคโลเนียลฝรั่งเศส เนื่องจากเคยเป็นเมืองขึ้นมาก่อน การจราจรไม่วุ่นวาย คนขับรถชิล ไม่บีบแตร แต่ไม่ค่อยดูคนข้ามถนน ต้องระวังนิดหนึ่ง

ระหว่างทางแวะวัดศรีสะเกษ วัดเก่าแก่ที่รอดพ้นจากการถูกทำลายสมัยสงครามสยาม–ลาว เดิมเคยเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตก่อนอัญเชิญไปกรุงเทพฯ ภายในมีพระพุทธรูปนับพันองค์ ค่าเข้า 30,000 กีบ ห้ามถ่ายรูปด้านใน เดินชมไม่นานก็ครบ

ก่อนถึงที่พัก แวะคาเฟ่อเมซอนหนึ่งแก้ว ราคาพอ ๆ กับไทย รสชาติคุ้นเคย จากนั้นก็เช็กอินโรงแรมเล็ก ๆ ราคา 5xx บาท เพิ่งรีโนเวตใหม่ อุปกรณ์ส่วนใหญ่เป็นของจีน มีอาหารเช้าให้ เช็กอินกับน้องพนักงานที่กำลังดู “โหนกระแส” พอดี ได้คำแนะนำเรื่องแอป Locca ว่าต้องติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่าน WhatsApp เพื่อขอ OTP ถึงจะสมัครได้

พักผ่อนสักครู่ แล้วเรียกรถไปพระธาตุหลวง ศาสนสถานสำคัญที่สุดของลาว อยู่ห่างจากตัวเมืองราวสิบกว่ากิโลเมตร ค่าเดินทางประมาณ 5x,xxx กีบ

พระธาตุหลวง หรือ พระเจดีย์โลกะจุฬามณี เป็นสัญลักษณ์ของเวียงจันทร์และประเทศลาว เชื่อว่าสร้างขึ้นตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 3 เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ องค์พระธาตุสีทองอร่ามปิดทองแท้ งดงามมากเมื่อกระทบแสงแดด ภายในมีค่าเข้าและมีศาสนวัตถุจัดแสดงมากมาย

จากนั้นนั่งรถต่อไป “ประตูชัย” หรือ ปะตูไซ อนุสรณ์สถานที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงการต่อสู้เพื่อเอกราชจากฝรั่งเศส รูปแบบได้แรงบันดาลใจจาก Arc de Triomphe แต่ตกแต่งด้วยลวดลายแบบลาว เช่น พญานาคและดอกจำปาลาว สามารถขึ้นไปชมวิวด้านบนได้ เห็นเมืองเวียงจันทร์แบบพาโนรามา

ช่วงเย็นแวะไปห้างสรรพสินค้าใหม่ตามพิกัดที่เพื่อนลาวแนะนำ กินข้าวเปียกหมูเด้งในฟู้ดคอร์ท อิ่มแบบจุก ๆ จากนั้นไปต่อที่พระธาตุดำ เจดีย์เก่าแก่สีดำคล้ำ เชื่อกันว่าสร้างในสมัยอาณาจักรล้านช้าง และเกิดสีดำจากการถูกฟ้าผ่าในอดีต

เดินต่อไปที่อนุสาวรีย์เจ้าอนุวงศ์ ริมแม่น้ำโขง มองข้ามฝั่งไปคือจังหวัดหนองคาย อนุสาวรีย์นี้สร้างเพื่อรำลึกถึงพระเจ้าอนุวงศ์ กษัตริย์แห่งเวียงจันทน์ ผู้มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์ลาว

ค่ำคืนในเวียงจันทร์ได้เจ้าถิ่นพาไปนั่งดื่ม เบียร์ลาวมีโปรแรง ซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง ราคาไทยแค่สามร้อยกว่าบาท สนุก เมากำลังดี ได้ประสบการณ์และมิตรภาพใหม่ ๆ

เช้าวันถัดมาตื่นแต่เช้าเพื่อไปขึ้นรถไฟความเร็วสูง ลาว–จีน ขบวน 9:30 น. การจองทำผ่านแอป LCR Ticket เปิดให้จองล่วงหน้าประมาณ 3 วัน ราคาตั้งแต่ 4xx–1,xxx บาท แล้วแต่คลาสและขบวน สถานีอยู่นอกเมืองพอสมควร รถไฟออกตรงเวลามาก ใช้เวลาเดินทางประมาณสองชั่วโมงเศษก็ถึงหลวงพระบาง

จากสถานีหลวงพระบาง มีรถตู้เข้าเมืองจอดรอเพียบ ราคา 4x,xxx กีบ ถึงตัวเมืองสบาย ๆ

หลวงพระบาง หรือชื่อเดิม “เมืองชวา” เป็นเมืองมรดกโลก มีแม่น้ำโขงไหลผ่าน บรรยากาศดี ผู้คนเป็นมิตร นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวฝรั่งเศสและจีน ค่อนข้างเยอะ ไฮไลท์คือการขึ้นวัดภูสี จุดชมวิวกลางเมือง เห็นวิวเมืองและแม่น้ำโขงสวยมาก โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็น

เมืองเต็มไปด้วยวัดเก่า ตึกโคโลเนียล ร้านคาเฟ่ ร้านอาหาร และตลาดกลางคืนที่มีของกินของฝากตลอดแนวถนน

วันถัดไปไปน้ำตกตาดกวางสี อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 40 กิโลเมตร ร่วมเหมารถตู้กับนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสอีกกลุ่ม ค่าเหมาประมาณ 800 บาทไทย หารกัน 5 คน คุ้มมาก

น้ำตกตาดกวางสีมีลักษณะคล้ายอุทยานแห่งชาติ มีค่าเข้าเล็กน้อย มีโซนอนุรักษ์หมีควาย ตัวน้ำตกสวยงาม สามารถเดินขึ้นไปชั้นบนได้ มีแอ่งน้ำให้ลงเล่น น้ำเย็นมาก แต่ด้านล่างหน้าตกไม่อนุญาตให้เล่น

ระหว่างทางกลับแวะร้านนมควายชื่อดัง มีไอศกรีม ชีส และผลิตภัณฑ์จากนมควายให้ลอง จากนั้นแวะกินข้าวร้านบรรยากาศทุ่งนา ก่อนกลับเข้าเมือง

คืนสุดท้ายได้นัดดื่มกับแก๊งฝรั่งเศสอีกครั้ง สนุกดี ได้เพื่อนใหม่ ประสบการณ์ใหม่

วันสุดท้ายเก็บของ เช็กเอาต์ เรียกรถไปสนามบินหลวงพระบาง ราคา 150 บาทไทย สนามบินอยู่นอกตัวเมืองเล็กและค่อนข้างเก่า มีเหตุการณ์ชวนงงคือเกลือสมุนไพรที่ซื้อจากตลาดมืดโดนยึด เพราะถูกมองว่าเป็นสารกัดกร่อน เลยต้องทิ้งไปอย่างเสียดาย

ไม่นานก็ได้ขึ้นเครื่อง ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งก็แลนด์ดิ้งที่ไทย

โดยรวมแล้ว ทริปนี้เป็นอีกหนึ่งการเดินทางที่ประทับใจ ทั้งผู้คน สถานที่ อาหาร และประสบการณ์ใหม่ ๆ หากมีโอกาสก็อยากกลับไปอีก หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านไม่มากก็น้อย แล้วพบกันใหม่ในทริปหน้า สวัสดีครับ


메타데이터
post_id
382a91cbcd0e
slug
แบกเป้ลุยเดี่ยวจากอุดรธานีถึงหลวงพระบาง-382a91cbcd0e
url
https://medium.com/@nunsalantan/%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87-382a91cbcd0e
canonical_url
https://medium.com/@nunsalantan/%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%A5%E0%B8%B8%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%87-382a91cbcd0e
author_url
https://medium.com/@nunsalantan
status
ok
fetched_at
2026-07-25 17:33:29