← Back to list

รีวิวกล้อง AKASO 360 Action Camera ราคาจับต้องได้ ต่ำหมื่นชิลล์ ๆ

รีวิว AKASO 360 กล้อง 360 องศาราคาคุ้ม ฟีเจอร์ครบ ใช้งานง่าย ถ่ายคอนเทนต์ได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ

นายกาฝาก · 2026-01-16 09:46 · 0 claps · 3.2 min read
#รีวิว #แกดเจ็ต #กล้อง-360-องศา #action-camera #review
Open on Medium ↗
Wiki topics: 📷 · Photography

รีวิวกล้อง AKASO 360 Action Camera ราคาจับต้องได้ ต่ำหมื่นชิลล์ ๆ

ในยุคการทำคอนเทนต์ เฟื่องฟู โดยเฉพาะคอนแทนต์แนววิดีโออย่างในตอนนี้ เรามีตัวเลือกสำหรับอุปกรณ์มากขึ้น และค่าตัวก็น่ารัก จับต้องได้มากขึ้น อย่างในรีวิวของผมครั้งนี้ #AKASO360 #ActionCamera เป็นกล้อง 360 องศา ที่ค่าตัวไม่ถึงหมื่น แต่มีความสามารถมาแบบจัดเต็ม ทั้งเซ็นเซอร์ 48 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพความละเอียดสูงสุด 72 ล้านพิกเซล ถ่ายวิดีโอ 5.7K 30fps พร้อม AI Subject Tracking อีก

แพ็กเกจที่ผมได้มารีวิว เป็นแพ็กเกจแบบเกือบจัดเต็ม คือ CreatorCombo ครับ ที่จะมีทั้งตัวกล้อง AKASO 360 มาให้ พร้อมกับ AKASO Invisible Selfie Stick หรือ ไม้เซลฟี่ล่องหน ที่เวลาถ่ายภาพหรือวิดีโอ 360 องศาแล้ว จะไม่ติดตัวไม้เซลฟี่นี้เข้าไป

ตัวกล้อง AKASO 360 ในกล่องก็จะมีตัวกล้อง ซองผ้าสำหรับใส่กล้อง สายชาร์จ USB-A to USB-C ผ้าเช็ดเลนส์ และคู่มือการใช้งานเบื้องต้น

ส่วนไม้เซลฟี่ AKASO Invisible Selfie Stick นี่จะมีตัวไม้เซลฟี่ที่ยืดหดได้ โดยสามารถยืดไปได้ยาวสุด 120 เซ็นติเมตร มาพร้อมกับสกรู 1/4" ตัวผู้สำหรับใช้ยึดกับตัวกล้อง เขามีแถมตัว Camera mount แบบ Claw มาให้ด้วยนะ เอาไว้ใช้กับกล้อง Action camera บางรุ่นที่ใช้ตัวจับแบบนี้ได้ด้วย

ดีไซน์ของกล้อง AKASO 360 Action Camera เป็นแบบมาตรฐานของกล้อง 360 ในปัจจุบัน ที่ดูจะเน้นการถ่ายคอนเทนต์แบบแนวตั้งมากขึ้น คือ มีลักษณะเป็นทรงสูง มีเลนส์กล้องแบบ Fisheye ระยะโฟกัส (เทียบเท่า 35 มม.) อยู่ที่ 7.6 มม. รูรับแสง f/2.25 พร้อมเซ็นเซอร์ขนาด 1/2" ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล

ด้านหน้าจะมีโลโก้ AKASO สลักเอาไว้ พร้อมไฟ LED สำหรับแสดงสถานะของตัวกล้อง ส่วนด้านหลังจะเป็นจอสัมผัสขนาดใหญ่ 2.29 นิ้ว ความละเอียด 480×800 พิกเซล พร้อมไฟ LED ด้านใต้ของหน้าจอเพื่อแสดงสถานะของการทำงานเช่นกัน และด้านใต้ของไฟ LED ก็เป็นปุ่มชัตเตอร์กล้องที่ซ่อนไว้แบบเนียนๆ ด้วย

ด้านขวาของตัวกล้อง (เมื่อมองจากด้านที่เป็นจอแสดงผล) จะมีลำโพง ปุ่มเปิด-ปิด ที่ทำหน้าที่เป็นชัตเตอร์กล้องด้วย และไมโครโฟนสเตริโอข้างนึงอยู่ตรงนี้

ส่วนด้านซ้าย จะเป็นช่องใส่แบตเตอรี่และ MicroSD card ซึ่งรองรับสูงสุด 512GB มีพอร์ต USB-C เอาไว้สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ของกล้องก็ได้ ใช้เสียบกับเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อถ่ายโอนไฟล์ก็ได้ และมีไมโครโฟนสเตริโออีกข้างอยู่ตรงนี้ด้วย

ด้วยความที่ตัวกล้องมีจอทัชสกรีนมาให้ในตัว และก็มีปุ่มชัตเตอร์มาให้อยู่แล้วด้วย การตั้งค่าหลายๆ อย่าง รวมถึงการสั่งงานกล้อง ก็จะสามารถทำแบบ Standalone ไม่ต้องเชื่อมต่อกับแอปบนสมาร์ตโฟนได้เลย อันนี้จะดีต่อคนที่ไม่สะดวกที่จะต้องหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาสั่งงานกล้องทุกครั้ง

การสั่งงานไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องอ่านคู่มือก็พอเข้าใจได้

👉 ปัดจากด้านบนลงด้านล่าง เป็นการเรียก Quick settings ลงมา เพื่อปรับระดับเสียง ความสว่างหน้าจอ และอื่นๆ รวมถึงการเข้า Settings หลักของกล้อง

👉 ปัดจากด้านล่างขึ้นด้านบน เป็นการตั้งค่าตามโหมดการถ่ายที่เลือกเอาไว้ เช่น โหมดวิดีโอหรือถ่ายภาพ ก็เป็นการเลือกความละเอียดของการถ่าย

👉 แตะที่ไอคอนด้านล่างซ้ายมือ (ที่เป็นรูปกล้องในภาพนี้) เป็นการเลือกโหมดการถ่าย ส่วนไอคอนด้านล่างความมือ เป็นการสลับการแสดงผลเลนส์กล้อง หน้า-หลัง ส่วนไอคอนที่อยู่ด้านบนของโหมดการถ่าย เป็นการตั้งค่าหลักๆ สำหรับโหมดการถ่ายนั้น เช่น โหมดถ่ายภาพนิ่ง ก็จะเป็นการตั้งเวลาหน่วงชัตเตอร์ ถ้าเป็นโหมดถ่ายวิดีโอ จะเป็นการเลือกถ่ายเฉพาะเลนส์ หรือ ถ่ายแบบ 360 องศา

แต่ถ้าอยากใช้งานแบบเต็มรูปแบบ แนะนำว่าดาวน์โหลดแอป AKASO 360 มาติดตั้งบนสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตครับ มีให้ใชทั้งบน iOS และ Android ในกรณีของผม ผมก็ดาวน์โหลดเวอร์ชัน iOS มา

ตัวกล้องรองรับ Bluetooth 4.2 BLE และ Wi-Fi 5 (802.11 a/b/g/n/ac) ทั้ง 2.4GHz และ 5GHz เชื่อมต่อกับแอปได้ง่ายๆ เลย เพราะแอปจะขอสิทธิในการตรวจจับอุปกรณ์ที่รองรับ และเมื่อเปิดใช้งาน Hotspot ของตัวกล้อง แอปก็จะสามารถตรวจเจอกล้องด้วย Bluetooth และกดเชื่อมต่อเข้า Wi-Fi ได้เลย

ตัวกล้องมีโหมดการถ่ายแบบพื้นฐาน คือ วิดีโอ (เลือกได้สูงสุด 5.7K 30fps) และ ภาพนิ่ง (เลือกได้ระหว่าง 18 ล้านพิกเซลและ 72 ล้านพิกเซล) แต่ก็มีโหมดการถ่ายภาพอื่นๆ ให้เลือกอีก อาทิ

👉 DNG8 เป็นการถ่ายภาพแบบ RAW แบบ Advanced HDR รวมภาพที่ปรับ Exposure 8 ระดับเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้สามารถนำไป Process ภายหลังได้ละเอียดมากขึ้น

👉 Timelapse การถ่ายวิดีโอแบบ Timelapse ที่เราคุ้นเคยกันดี คือ เวลาในวิดีโอจะเหมือนเคลื่อนไปรวดเร็วกว่าปกติ

👉 Time Fusion เป็นการถ่ายภาพทีละกล้อง แล้วนำภาพ 2 ภาพมาเชื่อมต่อกันเป็นภาพเดียว จะมีประโยชน์ในกรณีที่เราต้องการถ่ายภาพแบบที่ไม่ติดตัวเราอยู่ในภาพ หรืออยากให้มีวัตถุที่เราต้องการอยู่ในภาพทั้ง 2 เลนส์พร้อมๆ กัน

โหมดการถ่ายภาพที่หลากหลาย ทำให้ตอบโจทย์ความคิดสร้างสรรค์ในการถ่ายทั้งภาพนิ่งและวิดีโอได้ดี

แอป AKASO 360 ก็มีฟีเจอร์การตกแต่งภาพนิ่งและตัดต่อวิดีโอในตัวด้วย สามารถตกแต่งภาพ ใส่ฟิลเตอร์ได้ ปรับสัดส่วนของภาพหรือวิดีโอได้ ตอนเลือก Edit ภาพ สามารถเลือกว่าจะ Edit แบบ Pano (พาโนรามา) หรือ Reframe (เลือกมุมมองของภาพหรือวิดีโอ) ผมแนะนำว่า เลือก Edit แบบ Reframe ดีกว่าครับ มันคือการเลือกมุมภาพหรือวิดีโอในแบบเดียวกับการถ่ายภาพนิ่งหรือวิดีโอด้วยกล้องแบบปกติ มันทำให้เราเลือกมุมกล้องได้ตามสะดวก ในการถ่ายครั้งเดียว เพราะกล้อง 360 องศา มันคือการถ่ายทุกมุมเอาไว้ แล้วค่อยมาเลือกมุมที่อยากใช้ทีหลัง แต่การเลือกโหมด Pano มันจะเป็นการเอาทุกมุมของภาพมาแสดงผลทีเดียว ซึ่งภาพจะดูแปลกๆ ไปอีกแบบ

การถ่ายภาพหรือวิดีโอด้วยกล้อง 360 องศาอย่าง AKASO 360 Action Camera มันสะดวกตรงที่สามารถมาเลือกมุมภาพทีหลังได้ครับ อย่างกรณีตัวอย่างนี้ ผมลองเอาถ่ายตอนขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าดูครับ ใช้ไม้เซลฟี่ล่องหนของ AKASO เองนี่แหละถ่าย จะเห็นว่าภาพเหมือนกับว่า มีคนขับรถหรือขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าตามมาถ่ายผมเลย แล้วผมก็สามารถเลือกมุมที่อยากได้ตามต้องการ

ออกตัวก่อน อันนี้เป็นการถ่ายเองแบบง่ายๆ ไม่ได้วางแผนอะไรซับซ้อนนะครับ ผมมันแค่มือสมัครเล่นในเรื่องวิดีโอ 🤣 แต่ผมแนะนำให้ลองหัดถ่ายด้วยการตั้งไม้เซลฟี่หลายๆ ท่า หลายๆ มุมก่อน เพื่อดูว่าแบบไหนจะสามารถได้มุมมองยังไงบ้าง แล้วพอเรารู้ว่าท่าไหน มุมไหน จะได้ภาพยังไงแล้ว เวลาไปถ่ายจริง เราจะสามารถได้ภาพที่เหมาะที่สุด เพื่อนำมาใช้เลือกมุมในภายหลังครับ

[embed]คลิปตัวอย่างที่ถ่ายด้วยกล้อง AKASO 360 Action Camera และตัดต่อด้วยแอป AKASO 360

อย่างในกรณีของภาพนิ่ง เราก็สามารถถ่ายแล้วมาเลือกมุมทีหลังก็ได้นะครับ แบบในรูปตัวอย่างนี้ ก็จะได้ภาพของผมที่ยืนมองทุ่งนาเขียวขจีสวยๆ สังเกตว่ากล้องจะไม่ถ่ายติดภาพไม้เซลฟี่เลย มันล่องหนไปจริงๆ แต่ถ้าดูเงาในภาพ จะเห็นว่าจริงๆ แล้ว ผมถือไม้เซลฟี่อยู่นะ

การพกพากล้อง AKASO 360 Action Camera นี่ไม่ลำบากครับ ตัวกล้องหนักแค่ 180 กรัม ถ้ารวมซองผ้าก็ 196 กรัม และไม้เซลฟี่ก็ค่อนข้างเบา น้ำหนักไม้เซลฟี่ก็แค่ 127 กรัม (ชั่งน้ำหนักแล้ว) และสามารถเสียบไม้เซลฟี่ค้างไว้แบบนี้ตอนพกพาก็ได้ ไม้เซลฟี่ตอนยืดสุดได้ยาว 120 เซ็นติเมตร พอหัดเก็บก็เหลือ 21 เซ็นติเมตร (ไม่รวมกล้อง) โดยรวม ทั้งสองอุปกรณ์ พกใส่กระเป๋าสะพายพาดไหล่ได้สบายๆ ครับ

รายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับกล้อง AKASO 360 Action Camera ตัวนี้ ก็มีตามนี้ครับ

💡ขนาด 109.8×46.9×30.8 มม. ขนาดกำลังดีสำหรับการพกพา

💡น้ำหนักเฉพาะตัวกล้อง 180 กรัม

💡แบตเตอรี่ 1,350mAh สามารถใช้งานถ่ายวิดีโอ 5.7K 30fps ได้ต่อเนื่อง 60 นาที (จากการทดสอบในห้องแล็บ) แต่การใช้งานจริงอยู่ที่ว่าเราใช้ทำอะไรบ้าง ถ้าเราถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ และมีการเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน รวมถึงการถ่ายโอนข้อมูลบ่อยๆ รวมถึงใช้งานในสภาพแวดล้อมที่อุณหภูมิสูงหน่อย แบตเตอรี่ก็อาจจะหมดไวกว่านี้

💡การถ่ายภาพ รองรับ ISO 100–6400 และความเร็วชัตเตอร์ในการถ่ายภาพเลือกได้ตั้งแต่ 1/8000 วินาที — 60 วินาที

💡ในชุด CreatorCombo จะมีแท่นชาร์จแบตเตอรี่มาให้ด้วย (แต่ในเซ็ตรีวิวของผม ไม่ได้มีมาให้) สำหรับใครที่ใช้งานต่อเนื่อง กลัวแบตเตอรี่จะหมด ก็หาซื้อแบตเตอรี่สำรองมาเพิ่ม มาชาร์จเก็บไว้เพื่อเปลี่ยนได้

💡ฟีเจอร์ AI Subject Tracking เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องการตัดต่อ เวลาที่เราต้องการถ่ายวิดีโอด้วยกล้อง AKASO 360 Action Camera แล้วต้องการตัดต่อมุมมองวิดีโอให้ตามวัตถุ บุคคล หรืออะไรก็ตามตลอดเวลา

หากใครสนใจ ช่องทางการจำหน่ายของ #AKASO360 #ActionCamera คือตามนี้เลยครับ

🟠 Shopee | AKASO Thailand Store: https://url.in.th/oVCqO

🔵 Lazada | AKASO Thailand: https://url.in.th/HDfsL

⚫ TikTok | AKASO Official Store: https://vt.tiktok.com/ZSPGNGbYA/?page=TikTokShop


메타데이터
post_id
3f849d3fa468
slug
akaso-360-action-camera-review-3f849d3fa468
url
https://medium.com/@kafaak/akaso-360-action-camera-review-3f849d3fa468
canonical_url
https://medium.com/@kafaak/akaso-360-action-camera-review-3f849d3fa468
author_url
https://medium.com/@kafaak
status
ok
fetched_at
2026-08-04 13:41:32