ฝึกงาน BA ที่คิดว่าแค่มาฝึก…แต่ดันได้โตขึ้นแบบไม่รู้ตัว 🔥
สวีดัส สวัสดีค่ะ เราชื่อ เบน แต่เพื่อนชอบเรียกว่า เบนนี่ มาจากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ มหาวิทยาลัยพะเยา…
ฝึกงาน BA ที่คิดว่าแค่มาฝึก…แต่ดันได้โตขึ้นแบบไม่รู้ตัว 🔥

สวีดัส สวัสดีค่ะ เราชื่อ เบน แต่เพื่อนชอบเรียกว่า เบนนี่ มาจากคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สาขาวิศวกรรมซอฟต์แวร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ชั้นปีที่ 3 บทความนี้เราอยากมาเล่าประสบการณ์ฝึกงานตำแหน่ง Business Analyst (BA) เป็นเวลา 4 เดือนเต็ม ซึ่งเป็น 4 เดือนที่ไม่ได้มีแค่คำว่า “ฝึกงาน” แต่มีทั้งความตื่นเต้น ความงงเล็ก ๆ ความกดดันเบา ๆ และโมเมนต์ที่ทำให้รู้สึกว่า “เออ เราก็ทำได้เหมือนกัน” มาเน้อมาฟังเดียวเปิ้นเล่าหื้อฟังเจ้า
จุดเริ่มต้นที่ทำให้ได้รู้จักบริษัทนี้ 💌✨
มันเริ่มจากวันที่เราหนีไม่พ้นความจริงว่า… ถึงเวลาต้องออกไปฝึกงานแล้ว แงง 🥹 พูดตรง ๆ เลย ตอนนั้นแอบเศร้านิดนึง เพราะนั่นหมายความว่าเรากำลังจะไม่ได้ใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยแบบเดิมอีกแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน เราก็รู้ดีว่า ทุกคนต้องเติบโต และนี่คือก้าวต่อไปของเรา
จริง ๆ แล้ว เรารู้จักบริษัท PDKM มาตั้งแต่ตอนอยู่ปี 2 แล้วค่ะ วันนั้นอาจารย์อธิบายโครงสร้างหลักสูตรให้ฟังว่า เราสามารถไปฝึกงานช่วงซัมเมอร์ได้ เราเลยเริ่มมองหาบริษัทที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่เรียนแบบจริงจังมาก ๆ บอกเลยว่าหาแบบ ตาเหลือก เปิดทุกช่องทางที่พอจะเปิดได้ จนวันหนึ่งไปเจอเพจของบริษัท PDKM เรานี่ส่องเพจอยู่นานมาก ดูทั้งโพสต์ ดูทั้งบรรยากาศการทำงาน แล้วก็แอบสังเกตว่ามีรุ่นพี่จากสาขาเรามาฝึกงานที่นี่กันหลายคน เลยยิ่งทำให้รู้สึกสนใจ และกดติดตามเพจนี้ไว้ตั้งแต่นั้น
พอขึ้นปี 3 เทอม 1 ช่วงปลายภาค อาจารย์ให้เริ่มหาที่ฝึกงานอย่างจริงจัง เราเลยตัดสินใจส่ง Resume ไปที่บริษัท PDKM เพราะอย่างที่เล่าไป เราสนใจบริษัทนี้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ไม่กี่วันหลังจากนั้น อยู่ ๆ ก็มี เบอร์แปลกโทรเข้ามา ตอนแรกคือแอบลังเลมากว่าจะรับดีไหม แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจรับ… และใช่ค่ะ กรี๊ดเลยค่ะซิสสส 😆 บริษัทโทรมานัดสัมภาษณ์ และบอกว่าจะส่งรายละเอียดทางอีเมลมาให้ ตอนนั้นบอกเลยว่าทั้งตื่นเต้น ทั้งดีใจ และเริ่มรู้สึกว่า การฝึกงานครั้งนี้กำลังจะเริ่มขึ้นจริง ๆ แล้ว
หลังจากวันสัมภาษณ์ผ่านไปไม่นาน ก็มีอีเมลเด้งขึ้นมา พอเห็นชื่อบริษัทคือใจเต้นแรงทันที และใช่ค่ะ… เราผ่านการสัมภาษณ์ 🎉ดีใจมากค่ะซิสส ความรู้สึกตอนนั้นคือการตัดสินใจส่ง Resume ไป เป็นการตัดสินใจที่ถูกจริง ๆ และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวจากห้องเรียน สู่โลกการทำงานจริงในบทบาทเด็กฝึกงาน Business Analyst
ทำไมถึงเลือกมาฝึกงานที่ PDKM💫🏢
เหตุผลที่เราเลือกฝึกงานที่บริษัท PDKM บอกตรง ๆ เลยว่า ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญล้วน ๆ แต่เป็นการ แอบเล็งมานาน แบบเงียบ ๆ 😆
อย่างแรกเลยคือ ตำแหน่ง Business Analyst มันตรงกับสิ่งที่เราอยากลองมาก ๆ ในฐานะเด็กซอฟต์แวร์ที่อยากรู้ว่า ก่อนระบบหนึ่งจะเกิดขึ้นได้จริง ๆ เขาต้องคิดอะไร คุยกับใครบ้าง ไม่ใช่แค่เขียนโค้ดอย่างเดียวแล้วจบ ซึ่ง BA ตอบโจทย์ตรงนี้สุด ๆ
อย่างที่สองคือ บรรยากาศของบริษัท จากการส่องเพจแบบจริงจัง (จริงจังกว่าการอ่านหนังสือบางวิชา 😅) เรารู้สึกว่าที่นี่ดูเป็นกันเอง ไม่ตึง ไม่ดุ และน่าจะเป็นมิตรกับเด็กฝึกงานอย่างเรา และสวัสดิการเยอะมาก ทั้งขนม น้ำ ข้าวกลางวันฟรี และยังมีเลี้ยงวันเกิดทุกเดือนด้วยน้าา มีบอร์ดเกมให้เล่นอีกด้วย เริ่ดเลยแหละ
ฝึกงานตำแหน่ง BA ที่นี่ได้ทำอะไรบ้าง ? ไปดูกันเลย
วันแรกของเด็กฝึก BA 💫
วันแรกที่เข้าบริษัท พี่ออมสินนัด 10 โมง เรามาตั้งแต่ 9 โมง วันแรกอ่ะเนาะก็จะตื่นเต้นเป็นธรรมดา เจอพี่ ๆ และเพื่อน ๆ ที่มาจากที่เดียวกันและต่างที่ พี่ ๆ ที่ PDKM ต้อนรับดีมาก ช่วยแนะนำทุกอย่างตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ อย่างที่นั่ง ไปจนถึงการแนะนำทีมต่าง ๆ ทำให้ความตึงในใจค่อย ๆ หายไป รู้สึกได้เลยว่าที่นี่เป็นที่ที่ถามได้ ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนมองว่าไม่เก่ง
วันแรกอาจจะยังไม่ได้ทำงานจริงจังมาก แต่เป็นวันที่ช่วยปรับตัว ทำความรู้จักคน ทำความเข้าใจภาพรวมของบริษัท และทำให้เรารู้สึกว่า การฝึกงานครั้งนี้ น่าจะโอเคกว่าที่คิดไว้เยอะเลย
เราได้มาอยู่ ทีมดีพลอย ซึ่งเป็นทีม Software House บอกเลยว่าตรงสายที่เรียนมาก ๆ แบบถูกใจสุด ๆ เพราะมันเชื่อมกับสายซอฟต์แวร์ที่เราเรียนมาโดยตรง ได้พี่เลี้ยงคือ พี่จิม พี่สนุ๊ก และพี่อีฟ แต่ว่าได้เจอพี่อีฟแค่ไม่กี่อาทิตย์เอง พี่อีฟย้ายไปทำงานที่อื่นซะแล้วคิดถึงพี่อีฟมากเลยค่ะ ซึ่งตำแหน่งนี้จะได้ทำงานร่วมกับทีม Development หรือทีมฝั่งโค้ดนั่นเอง ตอนแรกก็แอบตื่นเต้นนิดหน่อย เพราะรู้สึกว่าได้เข้ามาอยู่ใกล้สายงานจริงมากขึ้นแล้ว
ในห้องดีพลอยจะมีพี่ ๆ จากหลายทีมเลย ทั้ง UX/UI Designer, PM/PO, BA, QA และ Back Office บรรยากาศในห้องคือเป็นกันเองมาก สนุกสนาน มีเสียงคุย เสียงหัวเราะตลอด แต่พอถึงเวลาทำงาน ทุกคนก็จริงจังและโฟกัสงานกันสุด ๆ
ช่วงแรกของการฝึกงาน พี่สนุ๊กซึ่งเป็นพี่เลี้ยงของเราจะให้เรา ปรับพื้นฐานเกี่ยวกับตำแหน่ง BA ก่อน เริ่มจากคุยกันง่าย ๆ เลยว่า เรารู้จักสายงานนี้ได้ยังไง เข้าใจบทบาท BA แค่ไหน แล้วค่อย ๆ ปูพื้นฐานให้เราเข้าใจการทำงานมากขึ้น
หลังจากนั้นก็ได้ลองทำงานจริง ตั้งแต่การเขียน User Journey, Feature List ไปจนถึงการออกแบบ Wireframe ซึ่งเป็นอะไรที่ใหม่สำหรับเรา แต่สนุกมาก เพราะได้เอาสิ่งที่คิดออกมาเป็นภาพให้ทีมอื่นเข้าใจตรงกัน
เรียกได้ว่าช่วงแรกของการฝึกงาน เป็นช่วงที่ทั้งได้เรียนรู้ ปรับตัว และเริ่มรู้สึกว่า การฝึกงานครั้งนี้ น่าจะสนุกกว่าที่คิดไว้แน่นอน 😊
ชีวิตประจำวันของ BA ฝึกงาน ทำอะไรบ้าง?
บอกเลยว่าไม่ได้นั่งว่าง ๆ แน่นอน 😆 ในแต่ละวันเราจะได้ทำหลายอย่างมาก ตั้งแต่ประชุมกับทีมภายใน ไปจนถึงได้เข้าไป ประชุมเก็บ Requirement กับลูกค้าจริง ซึ่งตอนแรกแอบตื่นเต้น เพราะเป็นของจริง ไม่ใช่เคสสมมติในห้องเรียนแล้ว

ชีวิตของ BA ประชุมตลอดไป
หน้าที่ของเราคือฟังให้เข้าใจ จับประเด็นให้ได้ว่าลูกค้าต้องการอะไร พอประชุมเสร็จก็จะเอามา สรุปเป็น MoM (Minutes of Meeting) เขียนให้อ่านง่าย ชัดเจน และตรงกันทั้งทีม เผื่อใครไม่ได้เข้าประชุมจะได้ตามงานทันบางทีต้องย้อนฟัง ย้อนถามตัวเองว่า “เมื่อกี้ลูกค้าหมายถึงแบบไหนนะ?” 😂 แต่พี่ ๆ ก็ช่วยเช็ก ช่วยแนะนำตลอด
ต่อไปเลยนะคะเราได้ทำ User Journey ทำไป 3 รอบปรับอยู่ 3 รอบ (อย่าให้มีครั้ง 4 !!!) พี่จิมจะสอนอยู่เสมอว่าไม่ให้พูดคำว่าแก้งาน ให้คิดว่ามันคือการปรับปรุงเพื่อให้งานมันดีขึ้นกว่าเดิม (โคตรจะเริ่ดเลยแม่) หลังจากนั้นเราก็เอาไปนำเสนอกับพี่เลี้ยง ได้รับคำแนะนำและคำติชมที่เป็นผลดีต่อตัวเราที่สุด
หลังจากนั้นได้ทำ Future List ทำใน Google Sheet พอทำเสร็จพี่เลี้ยงจะให้เราดูอันที่เราทำและที่พี่เลี้ยงทำว่ามัน Match กันหรือคล้ายกันหรือไม่ และจะให้เขียนว่า Match หรือ Un match ในช่องหมายเหตุของ Google Sheet
พอ Feature List ผ่านแล้ว งานถัดไปที่ทำ ก็คือ การทำ Wireframe นั่นเอง วัน ๆ เจอแต่สีขาว สีเทา สีดำ จนเมาหัวเลยค่ะ ซึ่งบอกก่อนเลยว่า Wireframe ไม่ใช่วาดหน้าจอสวย ๆ ชิล ๆ แต่มันคือการเอาสมอง BA มาปั่นรวมกับจินตนาการผู้ใช้ + ความต้องการลูกค้า + ความเป็นไปได้ของ Development พูดง่าย ๆ คือคิดจนสมองเริ่มอุ่น 🔥เราจะไล่ดูทีละ Feature ว่า อันนี้ควรอยู่หน้าไหน ผู้ใช้ต้องกดอะไรบ้าง ทำไปทำมา ก็เริ่มมีคำถามในหัวแบบรัว ๆ “เอ๊ะ ลูกค้าหมายถึงแบบนี้จริงปะ?” “หรือเราคิดเองไปไกล?” “หรือจริง ๆ ลูกค้าอยากได้อีกแบบหนึ่ง???” แน่นอนค่ะ… Wireframe ไม่ผ่านรอบเดียวจบ เอาไปให้พี่เลี้ยงดู รับ Feedback กลับมาแก้ไข เอ้ยยย ปรับปรุง (ขอใช้คำว่าปรับปรุงตามคำสอนพี่จิม 😌) แล้วก็วนลูปนี้ไปเรื่อย ๆ จนเริ่มจำได้ว่า อ๋อ… ตรงนี้ Dev จะปวดหัว ถ้าออกแบบแบบนี้
สิ่งที่สนุกมากคือ พี่ ๆ ไม่ได้แค่บอกว่า “ตรงนี้ไม่โอเคนะ” แต่จะถามกลับว่า “ถ้าเป็นผู้ใช้จริง ๆ เราจะรู้มั้ยว่าต้องกดอะไร?” ซึ่งแต่ละคำถามคือกระแทกใจ BA ฝึกงานมาก 🥹 จากตอนแรกที่ยังงง ๆ ว่า Requirement คืออะไร Feature List ทำไปเพื่ออะไร Wireframe ทำไมต้องละเอียดขนาดนี้ มาถึงจุดที่เริ่มเชื่อมได้หมดเป็นทอด ๆ Requirement → Feature List → Wireframe → Developmentเอาไปทำต่อ
ในการส่งงานหรืออัปเดตงานกับพี่เลี้ยงช่องคือช่องทาง Jira พี่เลี้ยงจะสร้างการ์ดไว้ให้เราแค่เข้าไปส่งงานตรงนั้น และในทุก ๆ วันเราจะต้องเข้าไปเขียน สิ่งที่ทำเมื่อวาน สิ่งที่ทำวันนี้ ปัญหา/อุปสรรค หมายเหตุเพิ่มเติม(สิ่งที่เราอยากรู้เพิ่มเติม) เราคิดว่าส่วนนี้เป็นอะไรที่ดีมากๆเพราะจะทำให้เราสามารถจัดการสิ่งที่ต้องทำวันนี้ได้ โคตรจะเริ่ดเลยแม่ แต่บางวันเราก็อาจจะมีหลง ๆ ลืมไปบ้าง โดยรวมแล้ว การอัปเดตงานผ่าน Jira เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เราได้ฝึกวินัยการทำงานแบบมืออาชีพ และทำให้เข้าใจระบบการทำงานจริงของบริษัทมากขึ้นกว่าเดิมอีกขั้นเลยค่ะ
ยังค่ะ… ยังไม่จบจริง ๆ อย่าเพิ่งเลื่อนหนี อย่าเพิ่งปิดหน้านี้นะคะ 🤏😂 เพราะเรายังมีอีกหนึ่งสกิลสำคัญที่ได้ฝึก นั่นก็คือ การสร้างการ์ดใน Jira ด้วยตัวเอง ซึ่งการ์ดนี้ไม่ใช่การ์ดเล่น ๆ นะคะ แต่เป็นการ์ดที่ใช้สื่อสารกับทีม Dev ตัวจริง เสียงจริง พูดง่าย ๆ คือ ถ้าเขียนไม่ชัด Dev งง = งานพัง = BA โดนเรียก 😅 (อันนี้ล้อเล่น…แต่ก็ไม่เล่นเท่าไหร่) พี่เลี้ยงสอนเราละเอียดมาก ตั้งแต่ ควรตั้งชื่อการ์ดยังไง อธิบาย Requirement แบบไหนให้เข้าใจง่าย ต้องใส่อะไรบ้าง เพื่อให้ Dev อ่านแล้ว “อ๋อ เข้าใจเลย ไม่ต้องเดาเพิ่ม” ยอมรับตรง ๆ เลยว่าตอนแรกที่เราลองทำเอง มันก็จะมีความงง ๆ หน่อย เขียนไปแบบคิดว่าโอเคแล้ว แต่พี่เลี้ยงอ่านแล้วก็จะบอกว่า “ตรงนี้ยังไม่ชัดนะ” “อันนี้ลองเขียนเพิ่มอีกนิดนึง” “ถ้าเป็น Dev อ่าน จะเข้าใจไหม?”พอได้ปรับตามคำแนะนำเท่านั้นแหละ… อ๋อเลยค่ะซิส 🧠✨ เริ่มเข้าใจทันทีว่า การเขียน Jira Card ที่ดี ไม่ใช่แค่เขียนให้ “ครบ” แต่ต้องเขียนให้ คนอ่านเข้าใจตรงกันโดยไม่ต้องตีความเอง สกิลนี้บอกเลยว่าโคตรสำคัญมากสำหรับ BA และเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้เรารู้สึกว่า “เออ… เราไม่ได้แค่ฝึกงานนะ แต่กำลังฝึกเป็น BA จริง ๆ อยู่” 🤍
บรรยากาศการทำงานที่ PDKM เป็นยังไงนะ สวัสดิการจะปังแค่ไหนกัน ?
ตอนจะมาฝึกงาน เราแอบจินตนาการไว้ว่า บริษัทเทค = ห้องเงียบ ๆ ทุกคนใส่หูฟัง หน้าตึง จ้องจอ ไม่มีใครคุยกัน พูดผิดคำเดียวอาจโดน Dev มองแรง 🥹แต่พอมาอยู่จริง…ไม่ใช่แบบนั้นเลยแม่! 😂
ห้องทำงานคือมีเสียงคุย เสียงหัวเราะ เสียงเรียกชื่อกันตลอด บางทีเรานั่งทำงานอยู่เฉย ๆ ยังได้ยินพี่ ๆ คุยงานกันไป ขำกันไปฟีลแบบ “ออฟฟิศ แต่ไม่อึดอัด” อีกอย่างมีเพลงฟังด้วยน้าา เพลงหลายแนวมากส่วนมากจะออกแนว Gen z นำดื่มก็ฟรีนะคะ เเต่ถ้าใครทำหมดต้องเติมนะคะ ใช่ค่ะ….เรานี่แหละขาประจำของการเติมน้ำ แต่เดี๋ยวก่อน อย่าเข้าใจผิดว่าเฮฮาแล้วไม่ทำงานนะ พอถึงเวลางาน ทุกคนคือโหมด จริงจังมาก นิ่งจนเรานี่ไม่กล้าเดินผ่านแรง ๆ กลัวไปรบกวนสมาธิ 😂
สิ่งที่เราประทับใจสุด ๆ คือ ที่นี่ ถามได้จริง ถามได้ทุกเรื่อง ถามงานไม่เข้าใจ = ไม่มีใครว่า ถามซ้ำ = ไม่มีใครเบ้ปาก มีแต่คำว่า “อ๋อ เรื่องนี้มันเป็นแบบนี้นะ” “ลองคิดอีกมุมดูไหม” ซึ่งดีมากสำหรับเด็กฝึกงานอย่างเรา พี่ ๆ ไม่เคยคาดหวังว่าเราจะเก่งตั้งแต่วันแรก แต่คาดหวังว่า เรากล้าถาม กล้าลอง กล้ารับ Feedback เวลางานยังไม่ผ่าน ก็ไม่ได้มานั่งเฟล เพราะพี่ ๆ จะบอกแบบนิ่ม ๆ แต่ชัดเจน ว่าอะไรควรปรับ อะไรควรคิดเพิ่ม ฟีลแบบ “ไม่ผ่านนะ แต่ไม่ทิ้ง”สรุปคือ บรรยากาศที่นี่ ไม่ toxic ไม่กดดัน และไม่ทำให้รู้สึกว่าเราเป็นตัวเกินในทีม แถมยังทำให้เรารู้สึกว่า “เออ… การไปทำงานทุกวันมันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นนี่นา” 🤍😂 และทุก 4 โมงเย็นพี่ ๆ จะพากันไปเซเว่นทุกวันเลยค่ะ ไปกันแบบแก๊งดีพลอยเลย นอกจากนี้ตอนพักเที่ยงยังสามารถดูหนัง เล่นบอร์ดเกมได้ด้วย
ไม่ใช่ดีแค่บรรยากาศการทำงานนะคะ แต่บรรยากาศรอบๆยังดีอีกด้วย ล้อมรอบด้วยภูเขา พูดไปจะหาว่าอวยอีก เดียวเเปะรูปให้เลยค่ะ ปึ้งงงงงงงงง 📸✨

คือมันดีจริงนะทุกคน ดีแบบตาได้พัก สมองได้พัก ใจไม่หงุดหงิด ใครที่เคยทำงานแล้วต้องจ้องจอทั้งวันจะเข้าใจดี ว่าการได้มองวิวเขียว ๆ บ้าง มันช่วยชีวิตได้ขนาดไหน สรุปคือ ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่งาน แต่มีดีทั้ง คน งาน และวิว ทำงานไป สูดอากาศไป ชาร์จพลังไปในตัว เป็นเด็กฝึกงานที่อารมณ์ดีขึ้นแบบงง ๆ 😆🤍
มาส่องสวัสดิการของ PDKM กันเลย🍔🍛
อย่างที่บอกไปนะคะ ข้าวฟรี ขนมก็ฟรี น้ำดื่มก็ยังฟรี ที่ PDKM จะมีเว็บไซต์ให้เราสั่งข้าว สั่งตามที่ตัวเองอยากกินได้เลย ซึ่งจะมีเมนูมาให้ ร้านดังในเชียงใหม่ก็มีน้าาา ส่วนขนมจะมีให้สั่งของแต่ละห้องนะคะ งบการสั่งของเด็กฝึกงานที่ PDKM จะให้งบคนละ 100 บาท ส่วนพนักงานคนละ 200 บาท กินแบบจุกๆไปเลย น้ำหนักวันแรกกับวันนี้ไม่เหมือนกันเลย ตราชั่งพังแน่ๆ 5555 แล้วยังมีเลี้ยงวันเกิดทุกเดือนด้วยนะคะ เริ่ดเลยแหละ 🍛และใส่ใจเรื่องสุขภาพสุด ๆ เวลาเรารู้สึกไม่สบาย ปวดหัว ปวดท้อง หรือมีอาการเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ PDKM ก็มีตู้ยาสามัญเตรียมไว้ให้เรียบร้อยสามารถไปขอที่พี่ออมสินหรือว่าพี่มีนได้เลย ไม่ต้องทน ไม่ต้องวิ่งออกไปซื้อเอง รู้สึกได้เลยว่าที่นี่ใส่ใจพนักงานและเด็กฝึกงานจริง ๆ เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ แต่ทำให้รู้สึกอบอุ่นมากค่ะ 🩹✨

ขนมฟรี กินกับแบบจุกๆไปเลย

ห้องอาหารที่ PDKM แอร์เย็นสุดๆ

ทีมดีพลอย ที่ PDKM
และนอกจากนี้ยังมีกิจกรรมงานเลี้ยงปีใหม่อีกด้วยนะคะ งานนี้ทาง PDKM จะให้เด็กฝึกงานทุกคนเป็นคนจัดงาน และยังไม่หมดเท่านี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆตามเทศกาลอีกด้วย
รีวิวพี่ ๆ ในทีมดีพลอย (ฉบับเด็กฝึกงานจริงใจ)🏢💖
พี่สนุ๊ก — พี่เลี้ยงที่ตอนแรกเรากลัวมาก (BA) ตอนแรกพี่สนุ๊กดูตึง ๆ เลยไม่กล้าถามอะไรเลย แต่พอได้ทำงานด้วยจริง ๆ ถึงรู้ว่าคิดไปเอง พี่ใจดีมาก คอยสอนงาน แนะนำตลอด อธิบายละเอียด เข้าใจง่าย ทำให้เรากล้าถาม กล้าลอง และมั่นใจในสาย BA มากขึ้น
พี่จิม — พี่ที่สอนให้เรารู้จักคำว่า “ปรับปรุง ไม่ใช่แก้งาน” (BA) พี่จิมเป็นคนที่ให้ Feedback ตรง ๆ แต่โคตรสร้างสรรค์ สอนให้คิดเป็นระบบ มองงานให้ลึกขึ้น ทำให้เรารู้สึกว่า งานทุกชิ้นมันดีขึ้นได้เสมอ แค่ต้องกล้าปรับและเรียนรู้ไปกับมัน และงานทุกคนต้องละเอียดไม่ใช่ทำส่ง ๆ ไป
พี่อีฟ — ใจดี แถมสายฮาประจำทีม (BA) พี่อีฟเป็นพี่ที่ใจดีมากกก คุยง่าย ตลก ทำให้บรรยากาศการทำงานไม่ตึง ให้คำแนะนำที่ดีกับหนูตลอดเลยค่ะ ถึงจะได้อยู่ด้วยกันไม่นาน แต่เป็นพี่ที่ทำให้ทีมมีเสียงหัวเราะตลอดเลยค่ะ
พี่รอน — บุคคลที่มาออฟฟิศเช้าที่สุด (UX/UI Designer) พี่รอนเป็นพี่ที่ใจดี ตลก แล้วก็เปิดเพลงสนุก ๆ ให้ฟังทุกวัน เพิ่มพลังในการทำงานสุด ๆ แถมยังมาเช้าทุกวันอีกต่างหาก เป็นคนที่สร้างบรรยากาศดี ๆ ให้ทีมตั้งแต่เช้าเลยค่ะ แอบกระซิบเบา ๆ ว่า พี่รอนกับพี่ไอซ์เป็นสายโคโค่แมกซ์ตัวจริง ถ้ามีสปอนเซอร์ผ่านมาเห็น… ขอฝากไว้พิจารณาด้วยนะคะ
พี่ปรานต์ — พี่ใจดีแห่งจักรวาล Figma (UX/UI Designer) พี่ปรานต์เป็นพี่ที่น่ารักมาก ๆ ให้คำแนะนำตลอดเวลา โดยเฉพาะเรื่อง Figma ถามเมื่อไหร่ พี่อธิบายให้เข้าใจง่ายทุกครั้ง เป็นอีกคนที่ช่วยเซฟชีวิตเด็กฝึกงานไปหลายรอบเลยค่ะ
พี่มิ้ว — พี่ QA สายเอ็นเตอร์เทนประจำห้อง พี่มิ้วเป็นพี่ QA ที่น่ารักมาก คุยเก่ง พูดเก่ง และเป็นสีสันของห้องแบบของจริง ถ้าวันไหนขาดพี่มิ้วไป บอกเลยว่าบรรยากาศเงียบลงทันที เหมือนขาดเสียงพื้นหลังประจำออฟฟิศไปเลย ✨
พี่ไอซ์ — พี่ QA สายเงียบแต่จริงจัง พี่ไอซ์เป็นพี่ QA ที่อาจจะไม่ค่อยได้คุยกันบ่อยเท่าไหร่ แต่ดูออกเลยว่าเป็นคนตั้งใจทำงานมาก ๆ เคยมีโอกาสได้เข้าประชุมด้วยกันไม่กี่ครั้ง ก็สัมผัสได้ถึงความจริงจังและโฟกัสในงานสุด ๆ แถมเป็นสายกาแฟ ดื่มทุกวันแบบไม่มีพัก
ทีม PM/PO 🏢💌
พี่ใหม่ — สาวสุดสตรองแห่งทีม PM พี่ใหม่เป็น PM สายแกร่ง ทำงานเก่งมาก ๆ ให้คำแนะนำดีเสมอ คำพูดน้อยแต่ได้ใจความ เป็นอีกคนที่ทำให้การทำงานของทีมเดินหน้าได้แบบมั่นคงสุด ๆ
พี่เพลา — สายสตรอง เงียบ ๆ แต่โปร พี่เพลาเป็นอีกคนที่ดูสตรองและมืออาชีพมาก ๆ ถึงจะไม่ค่อยได้คุยกันบ่อย แต่ดูจริงจังกับงาน และเป็นพี่ที่ให้ความรู้สึกว่าพึ่งพาได้เสมอ
พี่เพียว — ใจดี เปิดโลก Jira ให้เด็กฝึกงาน พี่เพียวใจดีมาก ๆ เคยเข้าไปถามเรื่องการ์ด Jira แล้วคือได้ความรู้กลับมาแบบเปิดโลก ได้เห็นมุมคิดใหม่ ๆ และเข้าใจการเขียนการ์ดมากขึ้นเยอะเลยค่ะ
พี่ท็อป — หัวหน้าสายทันสมัย พี่ท็อปเป็นหัวหน้าที่ดูทันสมัยมาก ทำงานเก่ง คิดไว ตัดสินใจชัดเจน แถมพูดอังกฤษเก่งแบบฟังแล้วรู้เลยว่าโปรจริง ๆ เป็นอีกคนที่ทำให้รู้สึกว่าทีมนี้มืออาชีพมากค่ะ
ยังมีทีม Back Office ที่น่ารักไม่แพ้กัน และพี่ๆทีมอื่นๆในPDKM ด้วยค่ะ พี่บาส พี่พลอย พี่ออมสิน และพี่มีน ทีม Back Office คือเบื้องหลังสำคัญของบริษัทที่ใจดี เป็นกันเองมาก คอยช่วยเหลือ ดูแล และทำให้บรรยากาศในออฟฟิศอบอุ่นขึ้นอีกเยอะ อยู่ใกล้แล้วรู้สึกสบายใจ เหมือนมีพี่ ๆ คอยซัพพอร์ตตลอดเวลาเลยค่ะ

เด็กฝึกงานพี่ปลายฟ้า กำลังพรีงานกับทีม PM/PO

สวัสดิการที่โคตรจะปัง
ยังไม่หมดแค่นั้นนะคะ เรายังได้เป็น STAFF งาน Tech on the Rock 2026 อีกด้วย 🎸💻 รับหน้าที่ ฝ่ายลงทะเบียน — ห้อง Workshop 2 แถมงานนี้ ได้ประสบการณ์ ได้เงิน และได้ใช้ความสามารถสร้างรายได้จริง ต้องขอบคุณพี่ๆ ที่เปิดโอกาสให้พวกเราได้เรียนรู้และเติบโตไปอีกขั้นเลยค่ะ

STAFF งาน Tech on the Rock 2026
ฝึกงาน BA 4 เดือน เปลี่ยนเราไปยังไงบ้าง ?
ก่อนมาฝึกงาน เราเป็นเด็กซอฟต์แวร์ที่ยังไม่มั่นใจในตัวเองเท่าไหร่ กลัวพูดผิด กลัวถามไม่เก่ง กลัวทำงานพลาด แต่ตลอด 4 เดือนที่ผ่านมา การได้ทำงานในบทบาท Business Analyst ทำให้เราเปลี่ยนไปมากกว่าที่คิดไว้เยอะมาก
เราเริ่ม กล้าถาม มากขึ้น กล้าตั้งคำถามกับ Requirement กล้าขอ Feedback และกล้ายอมรับว่า งานที่ยังไม่ผ่าน ไม่ได้แปลว่าเราไม่เก่ง แต่มันคือโอกาสในการ “ปรับปรุง” ให้ดีขึ้น
เราเริ่ม คิดเป็นระบบมากขึ้น จากที่เคยมองงานเป็นเพียงชิ้น ๆ แยกจากกัน ตอนนี้เราเห็นภาพการทำงานตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทางอย่างชัดเจน ตั้งแต่ Requirement → Feature List → Wireframe → UI Interface → Development ทุกขั้นตอนเชื่อมโยงกันทั้งหมด และ BA คือคนที่ช่วยเชื่อมความเข้าใจของทุกทีมให้ไปในทิศทางเดียวกัน
ที่สำคัญที่สุดคือ เราเริ่ม มั่นใจในตัวเองมากขึ้น จากเด็กฝึกงานที่เคยคิดว่า “เราจะทำได้ไหม” กลายเป็นคนที่กล้าพูดว่า “เราขอลองทำดูนะคะ” และรู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่งานผ่านหรือทีมเข้าใจในสิ่งที่เราสื่อสาร
บทสรุป: มากกว่าคำว่า “ฝึกงาน”
การฝึกงาน BA ตลอด 4 เดือนนี้ ไม่ได้ให้แค่ประสบการณ์การทำงาน แต่ให้โอกาสในการเรียนรู้ เติบโต และเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น สำหรับรุ่นน้องที่กำลังมองหาที่ฝึกงาน อย่ากลัวว่าจะยังไม่เก่งหรือยังไม่พร้อมแค่ตั้งใจเรียนรู้ กล้าถาม และเปิดใจรับคำแนะนำ โอกาสดี ๆ จะค่อย ๆ พาเราไปเติบโตเอง 🤍
메타데이터
- post_id
- 623bfa3bbd72
- slug
- ฝึกงาน-ba-ที่คิดว่าแค่มาฝึก-แต่ดันได้โตขึ้นแบบไม่รู้ตัว-623bfa3bbd72
- url
- https://blog.pdkm.tech/%E0%B8%9D%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-ba-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%9D%E0%B8%B6%E0%B8%81-%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7-623bfa3bbd72
- canonical_url
- https://blog.pdkm.tech/%E0%B8%9D%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99-ba-%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%9D%E0%B8%B6%E0%B8%81-%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B9%82%E0%B8%95%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7-623bfa3bbd72
- author_url
- https://medium.com/@chanakannoyai
- status
- ok
- fetched_at
- 2026-06-26 06:47:43