Service Design คืออะไร?
มาทำความรู้จักกับสายงาน Service Design กันมากขึ้น กับ Speaker จากตลาดของยุโรปและอังกฤษใน Public Event แรกของ Sleepless Community และ…
Service Design คืออะไร? แตกต่างจากหน้าที่อื่น ๆ ยังไง? Job Market ในตลาดโลกตอนนี้เป็นแบบไหน? | Service Design Unpacked Key Takeaways
มาทำความรู้จักกับสายงาน Service Design กันมากขึ้น กับ Speaker จากตลาดของยุโรปและอังกฤษใน Public Event แรกของ Sleepless Community และ Service Design Playground!

Article Cover
ทักทายกันสักนิด👀
สวัสดีค่ะ หลี่หลีจาก Sleepless Community นะคะ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568 ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับพี่ ๆ จากสายงาน Service Design ในต่างประเทศ เลยอยากจะเอา Key Takeaways จาก Talk ครั้งนั้น พร้อมกับสรุปเชิงมุมมองส่วนตัวมาฝากทุกคนกันค่ะ

Event Cover
โดยหากใครที่ยังไม่ได้ฟัง Talk แล้วอยากฟังฉบับจัดเต็ม สามารถเข้าไปชม Live ย้อนหลังได้ที่ Youtube ช่อง Sleepless Community ลิงค์นี้ได้เลยนะคะ
ส่วนถ้าใครฟังมาแล้ว หรือสะดวกอ่านมากกว่า สามารถอ่านสรุปในบทความนี้ได้เลยค่ะ
แนะนำตัว Speaker
แต่ก่อนที่เราจะไปเริ่มอ่านบทความสรุปกัน อยากจะขอแนะนำตัว Speaker กันสักเล็กน้อยค่ะ โดย Talk ครั้งนี้เรามี Speaker 3 ท่านค่ะ คือ
- พี่เบส (Chalisa) — Service Designer จาก SharedTechnology.Services ประเทศอังกฤษ โดยพี่เบสเรียนจบปริญาโทสาขา Service Design จาก UAL ในประเทศเดียวกัน และทำงานในสาย Service Design หลังจากเรียนจบมาได้ 2 ปี
- พี่กี้ (Punyisa) — Freelance UX/UI Designer ที่เพิ่งเรียนจบปริญาโทสาขา Service Design จาก Poli.Design (เครือมหาลัย Politecnico di Milano) ซึ่งพี่กี้เป็นคนที่ชวนมาจัดอีเว้นท์นี้ เพื่อแชร์ให้ทุกคนรู้จัก Service Design กันมากขึ้น
- พี่เบญ (Benyada) — Designer/Media Editor/Artist บางคนอาจจะคุ้นหน้าพี่เบญจาก The Voice Thailand 2018 ซึ่งนอกจากพี่เบญจะเป็นศิลปินแล้ว พี่เบญยังเคยเรียนปริญาโทสาขา Service Design ที่ UAL เหมือนกันกับพี่เบสอีกด้วยค่ะ
สังเกตได้ว่าเรามี Speaker ที่มีประสบการณ์จากทั้ง Academic และ Job Market กันจริง ๆ ถ้าพร้อมแล้ว ไปอ่านบทความสรุปกันเลยค่ะ🙌
Table of Contents
- Service Design คืออะไร?
- กระบวนการทำงานของ Service Design
- การส่งมอบงานใน Service Design (Deliverables)
- เครื่องมือของ Service Design (Tools)
- ทักษะของ Service Designer (Skills)
- Service Designer แตกต่างจากหน้าที่อื่น ๆ ยังไง?
- Service Designer และตลาดงานโลก (Job Market)
- Q&A เพิ่มเติม
Service Design คืออะไร?
เริ่มกันด้วยคำถามสำคัญหลักข้อแรก คือ จริง ๆ แล้ว Service Design คืออะไรกันแน่?
พวกเราในสายงาน Product Development คงเคยได้ยินคำว่า Service Design หรือแม้แต่เครื่องมือของสายงานนี้อย่าง Service Design Blueprint กันมาบ้าง
แต่เคยนึกสงสัยไหมคะ ว่านิยามของมันจริง ๆ มันมีไหมนะ?
โดย Speaker ของเราบอกว่า Service Design จริง ๆ แล้วนิยามของมันจะหลากหลายไปแล้วแต่ว่าแต่ละคนนิยามมันว่ายังไง แต่ทุกคนก็มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันค่ะ คือ
“Service Design เป็นแนวคิดที่ช่วยให้ผู้ให้บริการ (Service Provider) ส่งมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่าให้กับลูกค้า (Customer)โดยออกแบบและเชื่อมต่อจุดสัมผัส (Touchpoints) ทั้งในรูปแบบเชิงกายภาพ (Physical) และดิจิตอล (Digital) เพื่อให้ลูกค้าบรรลุจุดประสงค์ที่เขาต้องการจากบริการนั้น ๆ”
ซึ่งผู้ให้บริการ หรือ Service Provider ที่กล่าวถึง จะหมายถึงทั้งบริษัทที่ให้บริการ และคนที่มีความเกี่ยวข้องกับบริการนั้น ๆ ทั้งหมดด้วย
จึงกล่าวได้ว่า การทำงานของ Service Designer ไม่ได้มีความตายตัวหรือระบุชัดเจนว่าต้องทำงานขั้นตอนเป็นแบบไหน แต่จะใช้วิธีการทำงานร่วมกับผู้คนหลากหลายตำแหน่งในองค์กร (Cross-functional Collaboration) ซึ่งอาจจะรวมถึงทั้งในและนอกบริษัทนั้น ๆ รวมถึงลูกค้าที่เป็นคนได้รับบริการนั้นเอง เพื่อเชื่อมโยงจุดต่าง ๆ (Connect the Dots) ของบริการไม่ว่าจะเป็นทั้งแบบออนไลน์หรือออฟไลน์
โดยใช้แนวคิดของ Service Design นั้นก็คือ การมุ่งเน้นการสร้างมูลค่า (Value) และอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าและทีมเกิดประสบการณ์ที่ดีภายใต้บริการนั้น ๆ
กระบวนการทำงานของ Service Design
ดังนั้น เนื้องานของ Service Designer ส่วนใหญ่คือการพูดคุยและทำความเข้าใจการทำงานของระบบบริการ ซึ่งรวมถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่ละตำแหน่งในบริการนั้น ๆ เครื่องมือ จุดเชื่อมโยง และประสบการณ์ลูกค้า เพื่อหาจุดที่สามารถเสริมและพัฒนาได้
โดย Service Designer จะใช้เครื่องมือ Service Design ต่าง ๆ เช่น Mappings, Service Design Blueprint และอื่น ๆ ตามความเหมาะสมกับบริบทและสถานการณ์ของโครงการ (Project) เพื่อวิเคราะห์และออกแบบบริการให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของลูกค้าและผู้ให้บริการ
ซึ่งโจทย์ก็มีความหลากหลายและแตกต่างกันไปในแต่ละโครงการ ซึ่งอาจจะเป็นได้ทั้ง:
- Create a Service: การสร้างบริการขึ้นมาใหม่ ตั้งแต่ต้นทาง (Upstream) ไปจนถึงผลลัพธ์สุดท้าย (Outcome)
- Scale a Service: ประเมินและพัฒนาบริการให้สามารถขยายต่อยอดได้
- Improve a Service: ปรับปรุงบริการหรือจุดสัมผัสต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ประสบการณ์ลูกค้ามากขึ้น
- Innovate: คาดคะเนความเป็นไปได้และผลกระทบในอนาคต เพื่อพัฒนาบริการใหม่ ๆ (Speculative Design)
นี้อาจจะเป็นเหตุผลก็ได้ค่ะ ที่ทำไม Service Design ถึงถูกพูดถึงบ่อยในการออกแบบงานบริการของภาครัฐ (Public Sector) อย่าง Case Study ที่พี่เบญแชร์ตอน Talk ก็จะเป็น Project ที่ทำตอนเรียนอยู่ที่ UAL โดยจะเป็นเรื่องของการพัฒนาระบบบริการของภาครัฐอังกฤษและชุมชนในพื้นที่
แต่จริง ๆ แล้ว ทุกวันนี้ Service Design ก็ถูกนำไปใช้ในทั้งภาครัฐ และเอกชน (Private Sector) เพื่อช่วยปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการมากพอ ๆ กันเลยค่ะ อย่างเช่น เพื่อนพี่เบสที่เป็น Service Designer เหมือนกัน ก็ได้ไปพัฒนาระบบบริการของ Chatbot ให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง
การส่งมอบงานใน Service Design (Deliverables)
ซึ่งถ้าพูดในแง่ของการส่งมอบงานของ Service Design แล้วเนี่ย มันสามารถเป็นได้หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับช่วงหรือสถานการณ์ของโครงการที่เราได้เข้าไปทำงาน เช่น:
- รายการการวิจัย (Research)
- เอกสารข้อเสนอแนะ (Recommendation)
- รูปแบบหรือโซลูชันของจุดเชื่อมต่อ หรือ Touch Points (Solution)
เครื่องมือของ Service Design (Tools)
โดยเพื่อให้เกิดผลลัพท์เหล่านี้ Service Designer จะใช้เครื่องมือของ Service Design ที่แตกต่างกันไป อย่างที่กล่าวถึงไปก่อนหน้านี้ ตลอดการทำงาน
โดยมีจุดประสงค์เพื่อทำให้บริษัทหรือทีมที่มีส่วนเกี่ยวข้องมองเห็นภาพใหญ่ (Visualise) ของกระบวนการของบริการนั้น ๆ ได้ง่ายขึ้น และเห็นภาพตรงกัน
เช่น เพื่อนพี่เบส คนที่ได้รับหน้าที่ให้ไปพัฒนาระบบของ Chatbot แห่งหนึ่ง เขาได้ใช้ Service Blueprint บ่อยมากตอนที่ทำโครงการนี้ เพราะเขาต้องการที่จะทำให้ทุกฝ่ายเห็นว่าแต่ละแผนกทำงานยังไงภายใต้บริการนี้ ซึ่งผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) ทุกคนชอบมาก เพราะส่วนใหญ่แล้วเขาจะไม่รู้ว่าแผนกอื่นทำงานยังไง พอมาเห็น Blueprint อันนี้อันเดียว มันทำให้ทุกคนเห็นภาพตรงกันเลย
ซึ่งถ้าหากใครอยากรู้ว่าเครื่องมือต่าง ๆ ของ Service Design มีอะไรบ้าง สามารถดูได้จากเว็บ Service Design Tool นี้ได้เลยนะคะ
และในแง่ของการเลือกเครื่องมือ คนที่เป็น Service Designer จะต้องรู้ว่าเครื่องมือแต่ละอันคืออะไร แตกต่างกันยังไง ใช้เพื่ออะไร ผลลัพท์ที่ต้องการคืออะไร แล้วจึงเลือกเครื่องมือตามความเหมาะสมของบริบทโครงการ ซึ่งในบางกรณี Service Designer ก็จำเป็นต้องปรับรูปแบบของแต่ละเครื่องมือให้เข้ากับทีมหรือผู้ที่มาฟังอีกด้วย
อย่างตัวอย่างที่พี่เบสเล่าให้ฟังตอน Talk ก็คือ มหาลัยที่พี่เบสเรียน Service Design จะเน้นให้ทำ Service Blueprint เยอะมาก แต่มีเคสหนึ่งที่ไปทำงานกับแผนก IT แล้วเขาไม่เข้าใจ Concept ของมัน พี่เบสเลยตัดสินใจเลือกใช้ Workflow ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ทีม IT คุ้นเคยแทน ซึ่งจุดประสงค์ที่เราต้องการจะสื่อใน Service Blueprint ตอนแรกก็ยังคงเหมือนเดิม แค่เปลี่ยนรูปแบบการทำให้ออกมาเห็นเป็นรูปธรรมต่างกันเท่านั้นเอง
นอกจากนี้ พี่กี้ก็เสริมด้วยนะคะ ว่าบางทีคนที่ทำงานกับเราไม่สนใจด้วยว่าเราใช้เครื่องมืออะไร แต่สนใจว่าผลลัพท์สุดท้ายที่ออกมา สร้างคุณค่าได้จริงรึเปล่า
ทักษะของ Service Designer (Skills)
และจุดนี้เอง ที่ทำให้งานของ Service Design น่าสนใจมากค่ะ เพราะเราคงเห็นแล้วว่าการส่งมอบงาน เครื่องมือที่ใช้ หรือแม้แต่รูปแบบการ Visualise ผลลัพท์ต่าง ๆ ไม่มีความตายตัวเลย
เราอาจจะใช้ Template ที่หาได้จากในเน็ตเพื่อทำงานนี้ได้ แต่การที่จะเป็น Service Designer ที่ดี จริง ๆ แล้วคือการมีความคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking) ว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น เพราะอะไร แล้วใช้ทักษะการแก้ปัญหา (Problem-Solving) เพื่อบอกทุกคนที่เกี่ยวข้องว่าจะแก้ไขปัญหาหรือก้าวข้ามผ่านอุปสรรคที่เผชิญอยู่ได้ยังไง ด้วยการสื่อสาร (Communication) และความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น (Empathy) ที่ต้องเข้าใจว่าเรากำลังสื่อสารกับใครอยู่ และจะทำยังไงให้ทุกคนเข้าใจเหมือนกับที่เราเข้าใจได้อย่างสบาย ๆ รวมถึงรู้จักวิธีการสร้างความไว้วางใจ เพื่อดึงข้อมูลเชิงลึกจากคนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
Service Designer แตกต่างจากหน้าที่อื่น ๆ ยังไง?
ด้วยความที่หน้าที่ของ Service Designer ต้องประสานงานกับหน้าที่อื่น ๆ อยู่ตลอดเวลา และบางครั้ง คนในตำแหน่งอื่น ๆ ก็เอาเครื่องมือของ Service Design ไปใช้ด้วยเหมือนกัน เลยอาจทำให้หลาย ๆ คนเกิดความสับสนว่าหน้าที่ของ Service Designer แตกต่างจากหน้าที่อื่น ๆ อย่าง UX Designer หรือ Strategic Role อื่น ๆ ยังไง
ตรงนี้เอง Speaker ของเราก็บอกค่ะ ว่าจริง ๆ แล้วหน้าที่ของ Service Designer หลาย ๆ ครั้ง ก็มีความซ้อนทับกับความรับผิดชอบของหลาย ๆ ตำแหน่งอยู่ เพราะฉะนั้น การที่บริษัทหนึ่งจะมีหน้าที่ Service Designer ขึ้นมาจริง ๆ ได้ มันขึ้นอยู่กับบริบทและความเข้าใจใน Service Design ของบริษัทเป็นส่วนใหญ่
ซึ่งหากบริษัทไหนไม่มีหน้าที่ Service Designer จริง ๆ แล้ว บางหน้าที่ในบริษัทอาจจะมีความรับผิดชอบหรือเนื้องานของ Service Design อยู่
อย่างงานวิจัยปี 2568 จากเว็บไซต์ Service Design Jobs ก็แสดงให้เราเห็นค่ะ ว่าคนที่มาเข้าร่วมงานวิจัยถึง 52% เป็น Service Designer ที่มี Job Title เป็นอย่างอื่น
เพราะฉะนั้น หน้าที่ของ Service Designer หลัก ๆ แล้ว จะเป็นเหมือนที่เขียนอธิบายมาทั้งหมด ซึ่งหากเราถูกจ้างในชื่อ Job Title นี้ เราก็จะมีความรับผิดชอบโฟกัสเหมือนอย่างที่กล่าวไปเลยค่ะ แต่หากเราอยู่ในบริษัทที่ไม่มี Job Title นี้ เราอาจจะมีความรับผิดชอบของหน้าที่นั้น ๆ ผนวกกับหน้าที่ของ Service Designer หรือแค่ของ Service Designer เลยก็เป็นได้
อย่างเช่น บริษัทที่ Prague ที่พี่กี้ได้ไปฝึกงาน ก็ระบุตำแหน่งของพี่กี้ว่าเป็น UX Designer แต่เนื้องานก็รวมของ Service Design ด้วยเหมือนกัน
เพราะงั้นหน้าที่นี้ในแต่ละบริษัทจึงมีความไม่เหมือนกัน ดังนั้น Speaker ของเราเลยย้ำค่ะว่า ให้มองที่เนื้องานที่ทำ หรือ Job Description มากกว่ามองว่าเราได้ Job Title อะไรค่ะ
Service Designer และตลาดงานโลก (Job Market)
ถ้าพูดถึง Job Market ณ ตอนนี้ ส่วนใหญ่บริษัทที่เราเห็น Job Title Service Designer เลย จะเป็นองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสบการณ์ลูกค้าและมีบริการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทเพื่อสังคม (Social Action) และภาครัฐ อย่างเช่น GOV.UK, NGO, โรงพยาบาล และอื่น ๆ
ซึ่งจากแนวโน้มในปัจจุบัน ในฝั่งของยุโรปและอังกฤษ แนวคิดของ Service Design มีการเปิดรับและนำไปใช้กันมากแล้ว อย่างหน้าที่ Service Designer ในลอนดอนเองก็มีเพิ่มมากขึ้นมาก โดยเฉพาะในงานที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ เช่น Government Digital Service (GDS) ที่มีผลช่วยให้ตลาดงานด้านนี้ในประเทศเติบโต
แต่ใครที่อยากทำงาน Service Design ก็ไม่ต้องกังวลว่าเราจำเป็นต้องย้ายประเทศรึเปล่านะคะ เพราะอย่างที่บอกค่ะ ว่าอยากให้ดูที่เนื้องานของตำแหน่งที่เราทำมากกว่า ซึ่งหากบริษัทไหนยังไม่มี เราก็สามารถลองเอาเครื่องมือของ Service Design ไปลองใช้ดูได้ถ้ามีโอกาส เพื่อทำให้บริษัทมีความเข้าใจกับแนวคิดของ Service Design มากขึ้น
Q&A เพิ่มเติม
Q: เราจะโน้มน้าวองค์กรให้เห็นความสำคัญของ Service Design ได้อย่างไร?
A: เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยาก เพราะหากผู้บริหารหรือคนที่เราทำงานด้วยไม่เห็นคุณค่าของ Service Design อาจทำให้การนำเสนอและการยอมรับแนวทางการแก้ปัญหาโดย Service Design เป็นเรื่องยาก
แต่เราสามารถโน้มน้าวโดยการทำให้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในการทำ Service Design กับเรา หรือที่เรียกว่า Co-Design Experience ได้ เพื่อให้คนมีส่วนร่วมและเข้าใจมากขึ้นว่า Service Design คืออะไร ซึ่งถ้าจะให้ดี ควรให้พวกเขาเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นเลย
และในส่วนของผู้บริหาร สิ่งที่เขาใส่ใจคือตัวชี้วัด เราก็สามารถเอาผลลัพท์มาแสดงเป็นตัวเลขหรือข้อมูลที่วัดผลได้ (Measurable Data) เพื่อชี้แจงให้เขาเห็นว่าสิ่งที่เราทำนั้น ส่งผลดีกับลูกค้าหรือองค์กรขึ้นจริง ๆ ซึ่งสุดท้ายแล้ว ก็ส่งผลดีกับบริษัทเอง
แต่ บางครั้ง หากเราอยากให้องค์กรปรับเปลี่ยนอะไรที่กระทบกับหลาย ๆ ระบบเลย อาจทำให้เขารู้สึกเหมือนเพิ่มภาระ เราอาจจะค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนไปทีละขั้น เพื่อให้คนค่อย ๆ เปิดใจกับแนวคิดนี้ทีละนิด
Q: ต้องเรียนจบด้าน Design หรือ Service Design ไหม?
A: ส่วนใหญ่คนที่เข้าสู่สายนี้มาจากสาย Design แต่จริง ๆ แล้ว Service Design ไม่จำเป็นต้องเน้นทักษะเรื่องความสวยงาม แต่ให้ความสำคัญกับการสื่อสารและการออกแบบกระบวนการมากกว่า เพราะงั้นจึงไม่จำเป็นต้องเรียนจบสาย Design มาก่อน
และในส่วนที่ว่าต้องเรียนปริญญา Service Design ไหม ในปัจจุบัน คนก็เริ่มมีความสนใจเรียนสายนี้กันมากขึ้น รวมทั้ง หลาย ๆ มหาลัยก็เปิดสอนหลักสูตรนี้กันเยอะขึ้น ทำให้แนวโน้มคนที่เรียนจบด้านนี้ แล้วได้งานตำแหน่งนี้มีสูงขึ้น แต่สุดท้ายแล้ว ปริญญาก็ยังไม่จำเป็นอยู่ดี ณ ตอนนี้ ให้โฟกัสเรื่องทักษะที่ต้องมีเพื่อทำงานนี้ดีกว่า
Q: Service Design มาช่วยปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพและลดความสูญเปล่า (Lean Process) ในองค์กรขนาดใหญ่ได้อย่างไรบ้าง?
A: ด้วยความที่งานของ Service Design ส่วนใหญ่คือการประสานงานกับคนหลาย ๆ ตำแหน่ง หรือเอาคนมานั่งคุยกันโดยใช้ Creative Methods มันทำให้คนกล้าพูด กล้า Feedback มากขึ้น แล้วทำให้เราเห็นภาพของกระบวนการต่าง ๆ มากขึ้น ทำให้เห็นว่ามันมีรอยรั่วอยู่ที่ตรงไหน แล้วจะอุดมันได้ยังไงได้รวดเร็วมากขึ้น
ซึ่งสุดท้ายแล้ว ระยะเวลาในการอุดรอยรั่วนั้น ก็ขึ้นอยู่กับขนาดและสถานการณ์ขององค์กรนั้น ๆ อยู่ดี
โดยสิ่งที่ Service Design ช่วย นั้นก็คือการทำให้ทุกคนเห็นภาพของปัญหาที่มีอยู่ได้เร็วมากขึ้น แล้วเอาข้อมูลเหล่านั้นไปโน้มน้าวให้องค์กรมองเห็นปัญหาและความสำคัญของการเปลี่ยนแปลง
Q: ทำยังไงให้คนมีส่วนร่วมกับเราที่เป็น Service Designer?
A: ต้องพูดภาษาของคนที่เราคุยด้วย เอาเขามาทำงานกับเรา รวมถึงส่งมอบงานให้สอดคล้องกับความต้องการของฝ่ายนั้น ๆ เช่น บางคนต้องการเห็น ตัวเลขวัดผล บางคนต้องการเห็น Process ที่ชัดเจน
Q: มีวิธีวัดผลให้ฝ่ายธุรกิจเข้าใจการทำ Service Design ไหม?
A: งานของ Service Design บางทีเป็นอะไรที่เป็นระยะยาวมาก ๆ ซึ่งทำให้เป็นเรื่องที่ยากมากที่จะวัดผลเพราะอาจจะต้องใช้เวลานานกว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
แต่สิ่งที่ช่วยได้ในระดับหนึ่งก็คือ การที่มีทีม Data มาช่วยวัดผล หรือทำยังไงก็ได้ให้ผลลัพท์ออกมาเป็นตัวเลข เช่น หากโครงการเราคือการพัฒนาบริการ ความพึงพอใจของลูกค้า (Customer Satisfaction) มีแนวโน้มสูงขึ้นรึเปล่า เป็นต้น
เคล็ดลับหนึ่งที่สามารถเอาไปใช้ได้คือ ให้สังเกตว่า KPI ฝั่ง Business ของโครงการหรือ ณ ตอนนั้นคืออะไร แล้วให้เราวัดผลตาม KPI นั้น ๆ หากเหมาะสม
Q: บทเรียนและความท้าทายที่ได้รับจากการทำ Service Design?
A: อย่างแรกเลยคือ ความยืดหยุ่น (Resilience) เพราะงานของ Service Design จะเริ่มจากการไม่รู้อะไรเลย แล้วเราต้องมาขุดและเชื่อมโยงจุดต่าง ๆ เอง ว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง อย่างไร
อย่างที่สองคือ การทำยังไงให้คนมามีส่วนร่วมในการทำ Service Design เช่น ให้คนมาทำ Workshop กับเรา 40 นาที เพราะหลาย ๆ ฝ่ายเขาก็จะมีงานในแต่ละวันของเขา ซึ่งยุ่งมากอยู่แล้ว สิ่งที่เราสามารถทำได้คือโน้มน้าวให้คนที่อยู่ในตำแหน่งสูง ๆ เช่น Manager หรือ Director ช่วยประสานงานให้เรา อีกอย่างที่ช่วยได้คือการทำให้คนเห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมครั้งนั้น (Buy-In) ว่ามันจะช่วยงานของพวกเขาได้อย่างไรบ้าง ค่อย ๆ ปรับทัศนคติของคนในองค์กรกันไป
อย่างที่สามคือ การพัฒนาทักษะทางสังคม (Social Skills) เช่น จะทำยังไงให้เราน่าพูดคุยด้วย เขาสบายใจที่จะพูดคุยกับเรา หรือเข้าใจเรา
📌 สรุป
Service Design เป็นศาสตร์ที่ช่วยพัฒนาและปรับปรุงบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้าและองค์กรมากขึ้น ผ่านแนวคิดการเชื่อมโยงกระบวนการต่าง ๆ และการทำงานร่วมกับหลายฝ่ายในองค์กร โดยต้องใช้ทักษะการสื่อสาร ความเข้าใจ และเครื่องมือที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดประสบการณ์หรือผลลัพท์ที่มีคุณค่า
โดยในบทความสรุปนี้ เราก็ได้สรุปกันแบบจัดเต็มกันเลยทีเดียวค่ะ ทั้งวิธีการทำงาน การส่งมอบงาน เครื่องมือ ทักษะ เปรียบเทียบกับหน้าที่อื่น และตลาดแรงงานโลก
สุดท้ายนี้ อีเว้นท์นี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่มีพี่กี้ พี่เบส จาก Service Design Playground และพี่เบญ รวมถึงทีมงานหลังบ้านที่คอยช่วยเหลือเราด้วยค่ะ ต้องขอบคุณ พีท ที่ช่วยทำกราฟฟิกต่าง ๆ ของอีเว้นท์ พุช ที่คุมไลฟ์หลังบ้าน พี่โอปอล ที่ค่อยช่วยดูไลฟ์ และพี่ออเดิร์ฟ ที่จด Key Takeaways แบบสั้นมาได้ดีมาก ๆ🙏
หากใครสนใจอยากมาพูดคุยเรื่อง Service Design หรือเรื่องอื่น ๆ ในสาย Product Development สามารถติดต่อมาได้ที่ Instargam Sleepless Community หรือ LinkedIn ส่วนตัวได้เลยนะคะ
ทำความรู้จัก Sleepless Community กันสักหน่อย
Sleepless Community คือ คอมมูนิตี้แบบปิดใน Discord ที่รวมกลุ่มคนในสายงาน Design, Product Management, Software Engineering และอื่น ๆ ในสายงาน Product Development มาร่วมรับงาน Freelance และร่วมกิจกรรมต่าง ๆ เช่น โครงการอาสาที่ช่วยเหลือให้ SMEs เข้าถึง Software ที่มีคุณภาพ ในขณะที่เปิดโอกาสให้คนที่อยากเปลี่ยนสายงานได้มีเวทีทำผลงานไปด้วยกัน
ซึ่งกิจกรรมที่พวกเราเพิ่งจะเริ่มทำกัน คือ Public Event ที่เปิดกว้างให้คนในคอมมูนิตี้ได้มาแชร์ความรู้และประสบการณ์ของตัวเองให้แก่สังคม โดย Talk ครั้งแรกนี้เองก็เป็นหนึ่งในประเภทของ Public Event ที่พวกเราตั้งใจทำขึ้นเพื่อจุดประสงค์นี้ค่ะ🎉
และอีเว้นท์แรกนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่มีความช่วยเหลือจาก Service Design Playground ที่ชวนเรามาพูดคุยกันในหัวข้อเรื่อง Service Design Unpacked ค่ะ🙏
Service Design Playground คืออะไร?
Service Design Playground คือ คอมมูนิตี้ Service Design สำหรับคนไทย ที่เกิดขึ้นจากการที่พี่กี้และพี่เบสที่อยู่ในสายคอมมูนิตี้ของ Service Design ในต่างประเทศสังเกตเห็นว่าในไทยยังไม่มีคอมมูนิตี้ Service Design แบบแน่นหนาเหมือนกับประเทศอื่น ๆ ทั้ง ๆ ที่เราเห็นแนวโน้มว่าหน้าที่และ Concept ของ Service Design ได้ถูกพูดถึงกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
คอมมูนิตี้นี้เลยอยากเป็นพื้นที่ให้ Service Designer หรือคนอื่น ๆ ที่สนใจได้เข้ามาทดลองทำอะไรสนุก ๆ ด้วยกัน✨
ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้มาก ๆ เลยค่ะ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้านะคะ🎉
메타데이터
- post_id
- 82a1ce307041
- slug
- service-design-คืออะไร-82a1ce307041
- url
- https://medium.com/sleepless-community/service-design-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3-82a1ce307041
- canonical_url
- https://medium.com/sleepless-community/service-design-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3-82a1ce307041
- author_url
- https://medium.com/@supparatleelee
- status
- ok
- fetched_at
- 2026-06-22 17:31:34