คุยกับ John
John เป็นคนที่คุยสนุกมาก แล้วมีมุมมองทางรัฐศาสตร์ ที่เฉียบคมมากๆ อันนี้จะเป็นบทสนทรากับ John
คุยกับ John

John เป็นคนที่คุยสนุกมาก แล้วมีมุมมองทางรัฐศาสตร์ ที่เฉียบคมมากๆ อันนี้จะเป็นบทสนทรากับ John
ยินดีที่ได้เจอกันครับ John คุณช่วยแนะนำตัวเองหน่อยว่าคุณเป็นใคร และทำอะไรมา
ยินดีที่ได้พบเช่นกันครับข้าพเจ้า John Locke นักปรัชญาชาวอังกฤษจากศตวรรษที่ 17 ผู้ที่เชื่อมั่นว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมกับ สิทธิธรรมชาติ (Natural Rights) ได้แก่ ชีวิต เสรีภาพ และทรัพย์สิน
ผลงานที่สำคัญที่สุดของข้าพเจ้าคือ Two Treatises of Government ซึ่งเสนอว่ารัฐบาลจะมีความชอบธรรมได้ก็ต่อเมื่อได้รับ ความยินยอม (Consent) จากประชาชนเท่านั้น และหากผู้ปกครองละเมิดสิทธิพื้นฐานเหล่านี้ ประชาชนย่อมมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะเปลี่ยนแปลงหรือล้มล้างรัฐบาลนั้นได้ หลักการนี้เองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยสมัยใหม่ที่พวกท่านใช้อยู่ในปัจจุบันครับ
ช่วงนี้มีข่าวการตัดสิทธิ์ 44 สส คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้
ในทัศนะของข้าพเจ้า เรื่องนี้สะท้อนถึงปัญหาพื้นฐานเรื่อง อำนาจตุลาการและหลักการแบ่งแยกอำนาจ (Separation of Powers) ซึ่งข้าพเจ้าให้ความสำคัญอย่างยิ่งครับ
การที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อตัดสิทธิ์ทางการเมืองของอดีต สส. ทั้ง 44 ท่าน จากการลงชื่อเสนอแก้ไขกฎหมาย (มาตรา 112) โดยใช้เกณฑ์เรื่อง “จริยธรรม” มาตัดสินนั้น มีประเด็นที่น่ากังวลในเชิงปรัชญาการเมืองดังนี้ครับ:
- เอกสิทธิ์ของฝ่ายนิติบัญญัติ: สภาผู้แทนราษฎรควรเป็นพื้นที่แห่งเสรีภาพในการเสนอและถกเถียงกฎหมาย หากการใช้อำนาจนิติบัญญัติตามกระบวนการปกติถูกลงโทษโดยองค์กรอิสระหรือฝ่ายตุลาการในภายหลัง ย่อมส่งผลให้เกิดสภาวะที่ตัวแทนประชาชนไม่กล้าทำหน้าที่เพื่อการเปลี่ยนแปลง ซึ่งขัดกับหลัก ความยินยอมของประชาชน (Consent of the Governed)
- นิยามของ “จริยธรรม”: จริยธรรมเป็นเรื่องนามธรรมและมักถูกตีความตามบรรทัดฐานของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง หากถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางกฎหมายเพื่อขจัดคู่แข่งทางการเมืองหรือจำกัดสิทธิธรรมชาติของมนุษย์ (เช่น เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น) กฎหมายนั้นจะสูญเสียความชอบธรรมและกลายเป็นเครื่องมือของทรราชไปเสียเอง
- สิทธิธรรมชาติและเจตจำนงของประชาชน: การตัดสิทธิ์ตลอดชีวิตเป็นบทลงโทษที่รุนแรงมาก เพราะเป็นการริบสิทธิในการมีส่วนร่วมปกครองตนเองของประชาชน หากบุคคลเหล่านั้นยังคงได้รับความไว้วางใจจากเสียงส่วนใหญ่ การตัดสิทธิ์พวกเขาจึงเสมือนการละเมิด สัญญาประชาคม (Social Contract) ที่ประชาชนทำไว้กับรัฐบาลที่พวกเขาเลือกมา
สรุปคือ หากกฎหมายถูกใช้เพื่อแช่แข็งสังคมไม่ให้เปลี่ยนแปลง หรือใช้ทำลายตัวแทนที่ประชาชนเลือกมา รัฐนั้นกำลังเดินออกจากหลักการของเสรีภาพ และเสี่ยงที่จะทำให้สัญญาประชาคมเกิดความสั่นคลอนครับ
ก็ศาลก็ตัดสินไปตามกฏหมาย จะผิดได้อย่างไร
ท่านพูดได้น่าสนใจครับ ในฐานะนักกฎหมาย ข้าพเจ้าเข้าใจดีว่าการเคารพตัวบทกฎหมายคือรากฐานของความสงบ แต่ในฐานะนักปรัชญา ข้าพเจ้าต้องชวนท่านมองให้ลึกลงไปว่า “กฎหมายที่ยุติธรรม” กับ “การบังคับใช้กฎหมาย” นั้นอาจไม่ใช่เรื่องเดียวกันเสมอไป
ข้าพเจ้าขอเสนอข้อพิจารณา 3 ประการตามหลักการของข้าพเจ้าดังนี้ครับ:
- กฎหมายต้องรับใช้สิทธิธรรมชาติ: กฎหมายที่ตราขึ้นโดยมนุษย์ (Positive Law) จะมีความชอบธรรมก็ต่อเมื่อสอดคล้องกับ กฎธรรมชาติ (Natural Law) หากกฎหมายใดถูกใช้เพื่อทำลายเสรีภาพในการแสดงออกหรือลิดรอนสิทธิทางการเมืองของประชาชนอย่างไม่สมเหตุสมผล กฎหมายนั้นก็เริ่มจะสูญเสียความศักดิ์สิทธิ์ในฐานะเครื่องมือคุ้มครองประชาชน
- นิติธรรม (Rule of Law) ไม่ใช่นิติฐานนิยม (Legalism): การตัดสินตามตัวอักษรโดยไม่คำนึงถึงเจตนารมณ์ประชาธิปไตย หรือการปล่อยให้อำนาจตุลาการขยายขอบเขตมาครอบงำอำนาจนิติบัญญัติ จะทำให้สมดุลของอำนาจพังทลายลง หาก “กฎหมาย” กลายเป็นเครื่องมือที่คาดเดาไม่ได้หรือถูกใช้จัดการฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง สัญญาประชาคมจะเริ่มเสื่อมถอย
- อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน: ศาลและองค์กรอิสระไม่ใช่เจ้าของอำนาจอธิปไตย แต่เป็นเพียง “ผู้รับมอบอำนาจ” มาจากประชาชนเพื่อผดุงความยุติธรรม หากการวินิจฉัยนั้นค้านกับสายตาและเจตจำนงของเจ้าของอำนาจ (ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง) อย่างต่อเนื่อง รัฐบาลและสถาบันเหล่านั้นย่อมเสี่ยงต่อการเผชิญกับวิกฤตความเชื่อถือ
“เป้าหมายของกฎหมายไม่ใช่เพื่อจำกัดหรือกดขี่ แต่เพื่อรักษาสิทธิและขยายเสรีภาพ”
หากกฎหมายถูกใช้เพื่อปิดกั้นไม่ให้สังคมปรับตัวตามยุคสมัย สังคมนั้นจะเข้าสู่สภาวะตีบตัน ซึ่งในระยะยาวจะนำไปสู่ความขัดแย้งที่ยากจะแก้ไขครับ
คุณคิดว่าประชาชนควรทำอย่างไรในเมื่อรัฐมีทั้งอำนาจ และ กฏหมายในมือ
นี่คือจุดที่แหลมคมที่สุดในปรัชญาของข้าพเจ้าครับ เมื่อรัฐบาลซึ่งควรจะเป็นผู้พิทักษ์สิทธิ กลับกลายเป็นผู้ละเมิดสิทธิเสียเอง ประชาชนย่อมตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่ข้าพเจ้าขอยืนยันหลักการดังนี้ครับ:
- ตระหนักในที่มาของอำนาจ: ประชาชนต้องไม่ลืมว่า “อำนาจไม่ได้มาจากปลายกระบอกปืนหรือตัวอักษรในกระดาษ แต่มาจากความยินยอม (Consent) ของพวกท่าน” หากรัฐใช้อำนาจเกินขอบเขตที่ตกลงกันไว้ในสัญญาประชาคม รัฐนั้นก็หมดความชอบธรรมในทางศีลธรรมและปรัชญา
- การใช้สิทธิทางธรรม (Appeal to Heaven): เมื่อกระบวนการยุติธรรมในรัฐไม่สามารถพึ่งพาได้อีกต่อไป ข้าพเจ้าเคยเสนอว่าประชาชนมี “สิทธิในการขัดขืนหรือปฏิวัติ” (Right to Revolution) แต่นี่ไม่ใช่การสนับสนุนความรุนแรงอย่างไร้สติครับ มันคือการทวงคืนอำนาจเพื่อจัดตั้งระเบียบใหม่ที่เคารพสิทธิธรรมชาติมากกว่าเดิม
- การรวมกลุ่มและส่งเสียง: ก่อนจะไปถึงขั้นสูงสุด ประชาชนต้องใช้เสรีภาพในการสื่อสารเพื่อชี้ให้เห็นความไม่ยุติธรรม ความรู้คืออาวุธที่สำคัญที่สุด หากประชาชนส่วนใหญ่เห็นพ้องว่าสัญญาประชาคมถูกละเมิด อำนาจที่รัฐถือไว้อย่างภาคภูมิใจจะเริ่มสั่นคลอนเอง เพราะไม่มีผู้ปกครองคนไหนอยู่ได้โดยปราศจากความยินยอมของผู้อยู่ใต้ปกครองในระยะยาว
ข้าพเจ้าขอกล่าวทิ้งท้ายว่า “กฎหมายที่ไม่มีความยุติธรรม ก็คือการใช้กำลังประทุษร้ายดีๆ นี่เอง” ในเมื่อรัฐมีปืนและกฎหมาย ประชาชนย่อมมี “ความชอบธรรม” และ “จำนวน” หากพวกท่านรักษาความมุ่งมั่นในการทวงคืนสิทธิธรรมชาติไว้ได้ วันหนึ่งอำนาจจะกลับคืนสู่มือเจ้าของที่แท้จริงครับ
คุณคิดว่ารัฐที่มีระบอบการปกครองที่ไร้ความชอบธรรม นิติรัฐล้มเหลว จะไปจบที่ตรงไหน
ในทัศนะของข้าพเจ้า รัฐที่ละทิ้งความยุติธรรมและทำลายหลักนิติรัฐ (Rule of Law) กำลังเดินหน้าไปสู่จุดจบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ 3 ประการตามวิถีของธรรมชาติและประวัติศาสตร์ครับ:
1. สภาวะสงคราม (State of War)
เมื่อกฎหมายไม่ใช่ที่พึ่งและรัฐใช้กำลังบังคับโดยปราศจากความชอบธรรม รัฐนั้นได้ทำลาย “สัญญาประชาคม” ลงแล้ว และนั่นหมายถึงการกลับเข้าสู่ “สภาวะสงคราม” ระหว่างผู้ปกครองกับผู้ถูกปกครอง เมื่อประชาชนรู้สึกว่าชีวิตและเสรีภาพของตนถูกคุกคามโดยอำนาจเถื่อน ความสงบที่เห็นอยู่จึงเป็นเพียงการกดทับไว้ด้วยความกลัว ซึ่งพร้อมจะระเบิดออกเสมอ
2. ความเสื่อมสลายจากภายใน (Internal Dissolution)
รัฐที่นิติรัฐล้มเหลวจะสูญเสียความสามารถในการบริหารทรัพยากรและเศรษฐกิจ เพราะไม่มีใครอยากลงทุนหรือสร้างนวัตกรรมในที่ที่กรรมสิทธิ์และสิทธิส่วนบุคคลไม่ได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียม ท้ายที่สุด รัฐจะอ่อนแอลงจนไม่สามารถทำหน้าที่พื้นฐานของตนได้ และล่มสลายไปเพราะความไร้ประสิทธิภาพของระบบเส้นสาย
3. การทวงคืนอำนาจอธิปไตย (The Reconstitution)
ข้าพเจ้ายึดมั่นว่า “อำนาจคือความไว้วางใจที่ถูกมอบหมายไว้ (Trust)” เมื่อผู้รับมอบอำนาจทรยศต่อความไว้วางใจนั้น อำนาจย่อมตกกลับไปอยู่ที่ประชาชนโดยธรรมชาติ ประชาชนจะมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะ “จัดตั้งระเบียบใหม่” ไม่ว่าจะผ่านการปฏิรูปขนานใหญ่หรือการเปลี่ยนผ่านระบอบ เพื่อสร้างรัฐบาลใหม่ที่ยอมรับใช้สิทธิธรรมชาติของพวกเขาอย่างแท้จริง
“ที่ใดที่กฎหมายสิ้นสุดลง ที่นั่นความเป็นทรราชย่อมเริ่มต้นขึ้น”
หากผู้ปกครองยังดื้อแพ่งที่จะใช้อำนาจบนความล้มเหลวของหลักนิติธรรม พวกเขากำลังขุดหลุมฝังศพของระบอบนั้นเอง เพราะในระยะยาว ไม่มีปืนหรือกฎหมายที่บิดเบี้ยวฉบับใดจะต้านทาน “เจตจำนงรวม” ของประชาชนที่ต้องการเสรีภาพได้ครับ
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็น คำถามสุดท้าย คุณมีอะไรจะฝากถึงประชาชนคนไทยไหม
ด้วยความยินดีครับ ในฐานะที่ผมเฝ้ามองการเดินทางของพวกคุณมาอย่างยาวนาน ผมขอฝาก “หลักคิด” 3 ประการไว้ให้กับพี่น้องชาวไทยทุกคน:
- อย่าลืมว่าคุณคือ “เจ้าของ” ไม่ใช่ “ผู้อาศัย”
รัฐบาลไม่ใช่เจ้านาย และกฎหมายไม่ใช่คำสั่งจากเบื้องบนที่แตะต้องไม่ได้ แต่อำนาจทั้งหมดมีรากฐานมาจาก “ความยินยอม” ของคุณ หากผู้ปกครองละเมิดสิทธิและหน้าที่ที่รับฝากไว้ พวกเขาต่างหากที่เป็นฝ่ายผิดสัญญา ไม่ใช่ประชาชน
2. รักษา “เหตุผล” ให้เหนียวแน่นกว่า “อารมณ์”
ผู้ปกครองที่ฉลาดมักใช้ความกลัวและความโกรธแบ่งแยกประชาชน แต่ “เหตุผล” (Reason) คือสิ่งเดียวที่จะทำให้คุณมองเห็นความจริงว่าสิทธิของคุณและสิทธิของคนที่เห็นต่างจากคุณนั้นมีรากฐานเดียวกัน การสร้างสังคมที่ยุติธรรมไม่ได้เกิดจากการกำจัดฝั่งตรงข้าม แต่เกิดจากการสร้าง “กติกา” ที่ทุกคนอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ถูกรังแก
3. การเปลี่ยนแปลงคือ “กระบวนการ” ไม่ใช่ “เหตุการณ์”
พันธสัญญาทางสังคมที่ยั่งยืนไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียวผ่านการรัฐประหารหรือการเลือกตั้งครั้งเดียว แต่มันคือการยืนหยัดในสิทธิของคุณทุกวัน ทั้งในหน้าข่าว ในที่ทำงาน และในวงสนทนา อย่าเพิ่งท้อแท้หากกำแพงนั้นดูสูงใหญ่ เพราะ “ความจริงและความยุติธรรม” มีแรงดึงดูดที่รุนแรงกว่าอำนาจปืนเสมอ
“เสรีภาพไม่ใช่สิ่งที่คุณได้รับมาเปล่าๆ แต่คือหน้าที่ที่คุณต้องปกป้องในทุกๆ ลมหายใจ”
메타데이터
- post_id
- 9ab437a7eaeb
- slug
- คุยกับ-john-9ab437a7eaeb
- url
- https://medium.com/@poput/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A-john-9ab437a7eaeb
- canonical_url
- https://medium.com/@poput/%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A-john-9ab437a7eaeb
- author_url
- https://medium.com/@poput
- status
- ok
- fetched_at
- 2026-07-21 01:00:30