เที่ยวญี่ปุ่น 6 เมืองกับวันหยุด 6 วัน
เชื่อว่าหลายคนที่มีโอกาสไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ส่วนใหญ่ก็มีความรู้สึกแบบเดียวกันคืออยากกลับไปยืนสัมผัสอากาศหนาวอยู่ที่นี่…
เที่ยวญี่ปุ่น 6 เมืองกับวันหยุด 6 วัน
เชื่อว่าหลายคนที่มีโอกาสไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น ส่วนใหญ่ก็มีความรู้สึกแบบเดียวกันคืออยากกลับไปยืนสัมผัสอากาศหนาวอยู่ที่นี่ สูดอากาศบริสุทธิ์ที่นี่ หรือกินอาหารอร่อยๆ ที่นี่อีกครั้ง
ผู้เขียนบล็อกนี้เองก็เช่นกัน ผมมีโอกาสไปเยือนญี่ปุ่นครั้งแรกในเดือนธันวาคม ปี 2022 ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต การไปเปิดหูเปิดตากับต่างประเทศครั้งแรก การสัมผัสในสิ่งที่ประเทศตัวเองไม่เคยมี และอีกหลายอย่างที่ยากจะลืมเลือน ทำให้ผมยังรอวันที่เวลาจะกลับไปญี่ปุ่นมาตลอดตั้งแต่ตอนนั้น
สามปีถัดมา โอกาสนั้นมาถึงอีกครั้ง ผมกลับมาเยือนญี่ปุ่นเป็นครั้งที่สองในกลางเดือนธันวาคม 2025 โดยที่ไม่มีวันหยุดราชการเลย ทุกวันที่ผมไปคือการลาเรียนทั้งหมด เพราะงั้นตอนกลับเมืองไทยไปก็ต้องรับภาระหนักสักเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ต่อไปนี้เป็นประสบการณ์การเที่ยวญี่ปุ่นปี 2025 ของผม
DAY 1 : Bangkok — Osaka
แพลนเดินทางรอบนี้ไกด์ของผมเรียกมันว่า Golden Route ถ้าให้พูดง่ายๆ ก็คือเป็นการเยือนมหานครของญี่ปุ่นสองเมืองในครั้งเดียว (โอซาก้า-โตเกียว) ซึ่งเป็นทริปที่ไม่ค่อยมีใครจัดเท่าไหร่ และต้องใช้เวลาเดินทางนาน (แต่เรามีแค่ 6 วัน) เย็นวันนั้นผมขึ้นเครื่องจากสนามบินดอนเมืองตอนตีสอง (เวลาไทย) กว่าจะไปถึงที่ญี่ปุ่นก็ประมาณสายๆ พร้อมเดินทางได้ทันที
DAY 2 : Osaka — Kyoto
กว่าจะถึงสนามบินคันไซก็ประมาณ 10 โมง (เวลาญี่ปุ่น) อากาศยังหนาวและสดชื่นเหมือนเดิม แต่แดดค่อนข้างแรงจนเห็นท้องฟ้ากับทะเลเป็นสีน้ำเงินสด หลังจากเราผ่านสนามบินมาได้แล้ว ที่แรกที่ผมไปคือจังหวัดโอซาก้า (大阪市) โดยเริ่มที่ย่านโดทงโบริ (道頓堀) ย่านการค้าที่ใหญ่และคึกครื้นที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น

ย่านโดทงโบริ เมืองโอซาก้า สังเกตป้าย Glico ด้านหลัง

คลองโดทงโบริ เมืองโอซาก้า
หลังจากกินข้าวและซื้อของที่ย่านโดทงโบริ ที่ต่อไปที่เราจะไปคือปราสาทโอซาก้า (大坂城) ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 สมัยยุคโอดะ-โตโยโตมิ เมื่อครั้งระบอบโชกุนและซามุไรญี่ปุ่นยังครองอำนาจอยู่ทั่วเกาะ รอบปราสาทเป็นสวนสาธารณะที่ร่มรื่น อากาศดี แต่น่าเสียดายที่มีเวลาจำกัดและมีคนค่อนข้างเยอะ ผมจึงไม่ได้เข้าไปดูด้านใน

ปราสาทโอซาก้า
หลังจากนั้น เราจึงเดินทางออกจากเมืองโอซาก้าไปสู่เมืองที่สอง เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ ชื่ออุจิ (宇治市) เป็นเมืองเล็กๆ ที่อยู่ในจังหวัดเกียวโต ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น สถานที่ที่ผมไปคือวัดเบียวโด-อิน ซึ่งเป็นที่ตั้งของถนนชาเขียว แต่เนื่องจากผมไม่กินชาเขียว กิจกรรมของผมเลยเป็นการเดินเล่นและถ่ายรูปเมืองเก่ามากกว่า

ร้านชาเขียว ย่านวัดเบียวโดอิน
เมื่อเที่ยวถนนชาเขียวเสร็จแล้ว ผมมีโอกาสได้แวะร้าน Outlet สักพัก ก่อนที่เราจะพักในโรงแรมที่ตั้งอยู่ในจังหวัดกิฟุ (岐阜市) และหาของกินที่ร้านมินิมาร์ทบริเวณนั้น

ห้างสรรพสินค้า Mitsui Outlet
DAY 3 : Gifu — Nagano
ในวันนี้สถานที่ส่วนใหญ่จะอยู่ในจังหวัดกิฟุ โดยที่แรกที่จะไปคือหมู่บ้านชิราคาวาโกะ (白川村) ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก มีภูมิประเทศสวยงามราวกับอยู่ในอนิเมะญี่ปุ่น แต่ช่วงที่เราไปมีฝนตกกับหิมะที่เพิ่งตกไปไม่นาน ทำให้อากาศค่อนข้างหนาวและชื้นมาก มีลมแรงพัดเป็นช่วงๆ ถึงกับทำให้ร่มพัง
บ้านแต่ละหลังในหมู่บ้านนี้มุงหลังคาด้วยหญ้าแห้งหนา ซึ่งมีคุณสมบัติป้องกันความชื้นและอากาศหนาว หลังคาบ้านแต่ละหลังจะทำมุมเหมือนการเอามือซ้อนกัน ทำให้หิมะไหลลงสู่ด้านล่าง ไม่กองสะสมทับกันอยู่บนหลังคา

บ้านมุงหลังคาด้วยหญ้าแห้ง หมู่บ้านชิราคาวาโกะ
หลังจากเดินเที่ยวอยู่พักใหญ่ๆ เราจึงพักกินข้าวและเดินทางไปยังทาคายามะ (高山市) ซึ่งเป็นย่านเมืองเก่า ภายในเมืองนี้จะมีร้านขายของพื้นบ้าน รวมถึงอาหารท้องถิ่น เช่น เนื้อวัวย่าง สาเกญี่ปุ่น และขนมปังแกงกะหรี่ญี่ปุ่น (อย่างหลังอร่อยมาก) สิ่งที่น่าสนใจในเมืองนี้คือสะพานแดงที่ผู้คนชอบมาถ่ายรูปกัน โดยจะเห็นภูมิประเทศและเมืองรอบๆ ที่ดูร่มรื่น สวยงามและอบอุ่น

เมืองโบราณทาคายามะ
เมื่อเราเดินเที่ยวกันจนอิ่ม พวกเราเดินทางไปพักผ่อนที่โรงแรมในจังหวัดนากาโนะ (長野市) คืนนั้นผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า Aeon Mall Suzuka ซึ่งเดินห่างจากโรงแรมไปไม่ไกล แต่เป็นห้างใหญ่มาก (ถ้าเป็นในไทยก็เทียบเท่าเซนทรัล) ภายในมีร้านของเล่น ร้านโมเดล ร้านเสื้อผ้า ศูนย์อาหาร ไปจนถึงโรงภาพยนตร์ แต่เราเดินเที่ยวได้ไม่กี่ชั่วโมงห้างก็ปิดเสียก่อน อาจเพราะผมมาถึงค่อนข้างดึกด้วย
DAY 4 : Nagano — Yamanashi
ตารางเดินทางของวันนี้แทบทั้งวันจะอยู่ในจังหวัดนากาโนะ และถ้าหมู่บ้านชิราคาวาโกะว่าหนาวแล้ว แต่ที่ที่เราจะไปเยือนวันนี้เป็นลานสกีฮาคุบะ (白馬村) ตั้งอยู่บนเทือกเขาฮิบะ (飛騨山脈) แนวเทือกเขาขนาดใหญ่ที่ถูกขนานนามว่าเป็นเทือกเขาแอลป์แห่งญี่ปุ่น
ทุกอย่างที่นี่เต็มไปด้วยความหนาวและเป็นสีขาวทั้งหมด ด้านล่างเป็นหมะหนาแน่น และรอบๆ ปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบ ผมนั่งกระเช้าขึ้นลานสกีไป (ทั้งที่เล่นสกีไม่เป็น) ด้านบนนี้หนาวยิ่งกว่าด้านล่าง มีอากาศบริสุทธิ์อยู่ ไม่รู้สึกถึงความเบาบาง แต่มีหิมะหนาปกคลุมไปทั่วพื้นที่จนเหมือนอยู่บนก้อนเมฆ

ลานสกีสึไกเกะ โกเอ็น เทือกเขาฮาคุบะ
ในบริเวณเดียวกัน มีร้านกาแฟ Starbucks ที่มีดีไซน์หลังคาโดดเด่นตั้งอยู่ ผมเข้าไปถ่ายรูปอย่างเดียว ไม่ได้สั่งอาหารกินสักเท่าไหร่
เดินทางมาได้สักพัก เราแวะกินข้าวบริเวณเมืองมัตสึโมโตะ (松本藩) ร้านอาหารที่ผมไปกินจะเห็นแนวทิวเขาฮิดะชัดเจน ด้านบนปกคลุมด้วยหิมะและหินสีน้ำเงินเข้ม ตัดกับบ้านด้านล่างที่เป็นสีส้ม เหมือนว่ามาเที่ยวยุโรปมากกว่าจะเป็นญี่ปุ่น

แนวเทือกเขาฮิดะ เมื่อมองจากเมืองมัตสึโมโตะ
หลังกินข้าวกันเสร็จ เราก็ไปที่หมายสุดท้ายของวันนี้ ปราสาทมัตสึโมโตะ (松本城) หนึ่งในสามปราสาทที่สำคัญที่สุดของญี่ปุ่น ปราสาทนี้สร้างขึ้นสมัยปลายศตวรรษที่ 16 รู้จักกันในชื่อเล่นว่า “ปราสาทอีกาดำ”

ปราสาทมัตสึโมโตะ
รอบปราสาทเป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่ในอดีตไว้ป้องกันศัตรูรุกคืบเข้ามาในปราสาท แต่ปัจจุบันเป็นบ่อเลี้ยงปลาและนกน้ำ รอบเมืองนี้ไม่มีหิมะตก แต่อากาศก็ยังหนาวมากและมีลมพัดตลอด
หลังเยี่ยมชมปราสาท เราจึงเดินทางไปพักในโรงแรมที่จังหวัดยามานาชิ (山梨県) ใกล้กับทะเลสาบคาวากุจิ (河口湖) ซึ่งควรจะเห็นภูเขาไฟฟูจิชัดเจนในตอนเช้า แต่เรามาถึงค่อนข้างดึก ฉะนั้นจึงต้องอดใจรอจนถึงพรุ่งนี้เช้า
ระหว่างทาง มีการแวะเข้าจุดจอดพักรถใกล้ทะเลสาบซูวะ (諏訪湖) ซึ่งผมเพิ่งมารู้ตอนหลังว่าที่นี่เป็นต้นแบบของเมืองอิโตโมริในอนิเมะเรื่อง Your Name (2016)

ทะเลสาบซูวะ จังหวัดนากาโนะ
DAY 5: Yamanashi — Tokyo
ทันทีที่ตื่นมาและหันไปมองที่หน้าต่าง เราจะเห็นภูเขาไฟฟูจิทันที ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผมเห็นภูเขาไฟฟูจิด้วยตาตัวเอง โชคดีมากที่วันนั้นท้องฟ้าเปิด มีแดดสว่างตลอดวันและมีเมฆน้อย ทำให้เห็นภูเขาไฟและภูมิประเทศรอบด้านได้ชัดเจน
เมื่อออกจากโรงแรม เราก็นั่งรถข้ามทะเลสาบคาวากุจิไปที่สวนสาธารณะโออิชิ (大石公園) ในมุมนี้เราจะเห็นสวนดอกไม้และพุ่มไม้ที่ประดับอย่างสวยงาม ใกล้ทะเลสาบจะเป็นดงต้นกกสีเหลืองสูง โดยทั้งหมดนี้เห็นภาพภูเขาไฟฟูจิเป็นพื้นหลังเต็มตา

สวนสาธารณะโออิชิและภูเขาไฟฟูจิ
เราถ่ายรูป ซื้อของที่ระลึก และกินข้าวกันพักใหญ่ๆ ก็ถึงเวลาที่เราจะกลับไปเมืองที่ตั้งใจอยากจะกลับไปเยือนอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นเมืองไหนไปไม่ได้นอกจากกรุงโตเกียว (東京都) เมืองหลวงของญี่ปุ่น
นั่งรถมาได้ประมาณสองชั่วโมง เราก็มาถึงย่านชินจูกุตะวันตก (西新宿) ย่านการค้าที่คับคั่งที่สุดที่หนึ่งในโตเกียว และที่แรกที่เราเลือกไปซื้อของคือร้านแผ่นเพลง Tower Records หลังจากนั้นเราไปที่ร้าน Yodobashi Camera ซึ่งผมเคยมาเมื่อรอบที่แล้ว แต่ผมไม่ได้มาซื้อกล้อง แต่มาซื้อโมเดล Tamiya ถึงรอบนี้โมเดลจะหายไปเยอะพอตัว แต่ผมก็ยังได้ติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง

แผ่นเสียงร้าน Tower Records Shinjuku (ซ้าย), โมเดลรถ Tamiya ร้าน Yodobashi Camera (ขวา)
โชคดีที่เรามีเวลาค่อนข้างเยอะ ผมเลยได้แวะร้าน Godzilla Store Shinjuku ร้านขายของที่ระลึกเกี่ยวกับก็อดซิลล่าและสัตว์ประหลาดญี่ปุ่น ภายในร้านจะมีรูปปั้นก็อดซิลล่าจากเรื่อง Godzilla Minus One (2023) ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ และภายในร้าก็ตกแต่งให้เข้ากับเทศกาลคริสต์มาสที่กำลังจะมาถึง

รูปปั้นก็อดซิลล่า จากร้าน Godzilla Store Shinjuku
และที่สุดท้ายที่เราจะไปคือร้าน Don Quijote หรือที่รู้จักกันว่า Donki สาขาชินจูกุ หน้าร้านมีโปสเตอร์วง NewJeans อยู่ และภายในซอยที่อยู่ติดกันก็มีโรงภาพยนตร์ Toho Cinema อยู่ โดยเป็นที่ตั้งของรูปปั้นก็อดซิลล่าขนาดใหญ่และโรงแรมที่แต่งในธีมเดียวกัน ผมยืนถ่ายรูปกับเดินเล่นแถวนี้อยู่นาน ก่อนที่จะเดินทางไปพักที่โรงแรมในเมืองนาริตะ (成田市) จังหวัดชิบะ (千葉県)

ย่านชินจูกุ
DAY 5: Chiba— Bangkok
เช้าวันสุดท้ายในญี่ปุ่น อากาศวันนี้รู้สึกหนาวกว่าทุกวัน ถ้าพูดกันตามตรงคือวันนี้ผมไม่ค่อยอยากทำอะไรเท่าไหร่พอรู้ว่าวันนี้จะต้องกลับไทยแล้ว วันนี้เราไม่ได้เที่ยวที่ไหน แต่ต้องกลับไปสนามบินนาริตะตั้งแต่เช้า เครื่องบินขึ้นประมาณแปดโมง น่าเสียดายที่ไม่ได้นั่งริมหน้าต่าง ผมเลยไม่ได้เห็นวิวญี่ปุ่นเท่าไหร่ รวมถึงไม่ได้เห็นภูเขาไฟฟูจิด้วย เที่ยวบินนี้ใช้เวลาค่อนข้างนาน กว่าจะกลับถึงสนามบินดอนเมืองก็เป็นเวลาประมาณบ่ายสอง (เวลาไทย) ทั้งมีความสุขแล้วก็เศร้าในเวลาเดียวกันที่ทริปไปญี่ปุ่นจบลงแล้ว TT
ถ้าให้สรุปการมาญี่ปุ่นครั้งนี้ก็นับว่าสนุกมาก แต่ก็รู้สึกเหนื่อยมากในเวลาเดียวกัน Golden Route เป็นแผนการเดินทางที่ควรใช้เวลาราวสิบวัน แต่พอบีบเวลาให้เหลือแค่หกวัน การเที่ยวแต่ละที่เลยมีเวลาค่อนข้างจำกัด ส่วนใหญ่จะเสียเวลาไปกับนั่งรถ
แต่ถึงจะว่าอย่างนั้น ทริปนี้ก็นับว่าน่าประทับใจมากสำหรับการเที่ยวเมืองใหญ่สองเมืองในครั้งเดียว ได้เห็นบรรยากาศที่ตั้งตารอคอยมาตลอดสามปี แล้วก็ได้แวะสถานที่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งทำให้ผมได้รู้ว่าที่เที่ยวญี่ปุ่นยังมีอีกเยอะมากจริงๆ
แน่นอนว่าทริปนี้จะไม่ใช่ทริปสุดท้ายที่เกิดขึ้น ผมยังตั้งตารอคอยการกลับมาเยือนญี่ปุ่นครั้งที่สาม ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็าม
메타데이터
- post_id
- a7474ba40271
- slug
- เที่ยวญี่ปุ่น-6-เมืองกับวันหยุด-6-วัน-a7474ba40271
- url
- https://medium.com/@44442_99540/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%8D%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99-6-%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%94-6-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99-a7474ba40271
- canonical_url
- https://medium.com/@44442_99540/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%8D%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%99-6-%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%94-6-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99-a7474ba40271
- author_url
- https://medium.com/@44442_99540
- status
- ok
- fetched_at
- 2026-07-09 01:16:53