← Back to list

จากท่าแขกถึงปากเซ ตอนที่ 3

Pirawadee Chuprawat in ourtrip.cc · 2017-10-04 03:22 · 1 claps · 5.1 min read
#ปากเซ #ลาวใต้ #pakse #laos #tour
Open on Medium ↗

จากท่าแขกถึงปากเซ ตอนที่ 3

สะบายดีปากเซ

หลังจากใช้ชีวิตชิลล์ๆในสะหวันนะเขตสองคืน เช้านี้เราก็เริ่มขยับร่าง ขับเคลื่อน “ป๋าต้อย” แลนด์ครุยเซอร์อายุ 36 ปี มาตามถนนหมายเลข 9 ตั้งแต่ฟ้าเริ่มสาง มุ่งหน้าทิศใต้ของสะหวันนะเขต ปลายทางที่เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก

ตามแผนที่ระบุว่า เราจะต้องขับไปตามถนนหมายเลข 9 นี้จนถึงทางแยกเชื่อมต่อกับถนนหมายเลข 13 จากนั้นก็ขับตรงไปเรื่อยๆจนถึงเมืองปากเซ รวมระยะทาง 245 กิโลเมตร

ถนนหมายเลข 9 แม้ว่าจะยังเป็นถนนสองเลน แต่สภาพดีกว่าหมายเลข 13 ช่วงจากท่าแขกมาสะหวันนะเขต โดยเฉพาะช่วงเช้าที่ภารกิจบนท้องถนนยังเบาบางมากนัก การขับรถแบบช้าๆ (เพราะกฎหมายบังคับ -ปอลอ ทำไมเรายอมปฏิบัติตามกฎหมายจราจรของบ้านเมืองอื่น แต่มักละเมิดในบ้านเมืองตนเอง?) ได้เห็นแสงอาทิตย์ที่เริ่มทาบทาท้องฟ้า ได้รับอากาศบริสุทธิ์ ได้เห็นบ้านเรือนท้องถิ่น ได้เห็นผู้คนตื่นแต่เช้าออกมารอใส่บาตรพระ ฟิน!

การเห็นปั๊มปตท. เป็นสัญญาณว่าเราใกล้ตัวเมืองแล้ว

การเห็นปั๊มปตท. เป็นสัญญาณว่าเราใกล้ตัวเมืองแล้ว

เรามาถึงปากทางเมือง Seno ที่ถนนสาย 9 บรรจบกับสาย 13 ที่ชุมชนบ้านหลักสามสิบห้า ตอนเจ็ดโมงเช้า ตัดสินใจว่าจะแวะกินข้าวเช้ากันที่นี่ ยังไม่ทันจะจอดรถสนิท ไก่ย่างผอมๆแห้งๆเหลืองอร่ามก็เสียบพรวดมาตรงหน้าต่าง (นี่ถ้าเปิดหน้าต่างไว้คงจะเข้าปากไปแล้ว) มันน่ากินนะคะ ไอ้แบบผอมๆแห้งๆ แบบนี้ ไก่บ้านแท้ๆเลยเชียว ไม้หนึ่งมีครึ่งตัว ราคาไม้ละ 20 บาท ฉันบ่ายเบี่ยงไปว่า ขอไปเดินตลาดก่อน ไก่เธอเย็นเชียว ฉันอยากกินร้อนๆ เธอรีบบอกว่าเดี๋ยวไปอุ่นให้ไม่ต้องห่วง ทนความตื๊อไม่ไหวเลยบอกไปว่าเอาห้าไม้ ไปปิ้งมาร้อนๆให้ด้วย ฉันจะไปตลาดก่อน ว่าแล้วก็เดินข้ามถนนไปเป็นพญาน้อยชมตลาด

ตลาดพื้นบ้านข้างทางขนาดเล็ก แต่มีของขายทุกอย่าง อารมณ์ประมาณตลาดนัดข้างบ้าน ฉันชอบดูพืชผักที่ขาย มันดูชุ่มฉ่ำ และได้เรียนรู้ว่าพืชพันธุ์อะไรเป็นของท้องถิ่นในหน้านี้ มีผักอยู่ไม่กี่อย่าง และมีชนิดหนึ่งซึ่งขายกันทุกเจ้า เสียดายฉันจำชื่อไม่ได้แล้ว แต่เป็นผักที่เขาใช้กินเป็นผักสดแกล้มกับอาหารทุกอย่าง อร่อย ส่วนประเภทโปรตีน ก็จะเป็นพวกปลาหมอ ปลาซิว ปลาสร้อยที่จับมาจากลำห้วยข้างๆ หอยขม จิ้งหรีดตัวเบ้อเริ่ม และไก่บ้านตัวผอมๆที่นอนกองรอความตาย ..อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา…

การเดินตลาดท้องถิ่น เป็นโปรแกรมการท่องเที่ยวที่ต้องบรรจุไว้ในทุกทริป เราสามารถเรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่ ชาติพันธุ์ สังคม วัฒนธรรม กระทั่งศิลปะท้องถิ่นได้หมดจากการเดินตลาดครั้งเดียว

แวะซื้อหมูย่างชิ้นละ 40 บาท กับแจ่วบองบ้านๆ พร้อมข้าวเหนียวมากินเป็นอาหารเช้ากับไก่ด้วย ตามมาด้วยของหวานเป็นขนมปังรูปปูยักษ์และข้าวแต๋นขนาดมหึมา (ขนมปังไม่ค่อยอร่อย แต่ข้าวแต๋นเริ่ดมาก)

ฉันข้ามถนนมายังร้านเฝอ ที่เราจอดรถอยู่หน้าร้าน พี่จึ๊กสั่งเฝอมาลองกิน ทั้งร้านขายอยู่อย่างเดียวคือ เฝอเนื้อ ซึ่งมาในชามใหญ่มาก ส่วนสมาชิกที่เหลือก็ควักหมูย่าง ไก่ปิ้ง และข้าวเหนียวจิ้มแจ่วมาจกกันอย่างเพลิดเพลิน

ตบท้ายด้วย “โอเลี้ยงร้อยโล” เป็นโอเลี้ยงถุงใหญ่ยักษ์อัดน้ำแข็งแน่นเต็ม ห่อมาในถุงกระดาษ กินเท่าไหร่ก็ไม่หมด เป็นโอเลี้ยงที่กินได้นานตลอดการเดินทาง จนเข้าปากเซโน่นแน่ะ ถึงหมด ฉันเลยเรียกว่า โอเลี้ยงร้อย(กิ)โล(เมตร)​

อิ่มแล้วก็เดินทางต่อ

ถนนสาย 13 มุ่งหน้าลงใต้ เช้านี้คึกคักพอสมควร ที่ว่าคึกคักไม่ใช่รถยนต์ แต่เป็น มอเตอร์ไซค์ รถอีแต๋น คน และวัว รถแล่นผ่านชุมชนเป็นระยะๆ แผ่นดินราบเรียบเป็นส่วนใหญ่ มีเนินเขาเล็กๆตอนเข้าเขตจำปาสัก แม้ว่าเขาจะกำหนดให้ขับด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเมื่อผ่ากลางย่านชุมชน แต่บางครั้งตอนนอกเมืองและไม่มีรถ เราก็แอบเหยียบไปที่ 80 บ้าง 100 บ้าง

รถยี่ห้อ โคลาว (Kolao) เป็นยี่ห้อยอดนิยมในลาว

รถยี่ห้อ โคลาว (Kolao) เป็นยี่ห้อยอดนิยมในลาว

เราแวะพักรถก่อนเข้าเมือง “บ้านสะพาย” (Ban Saphay) จากตรงนี้เหลืออีกประมาณสามสิบกิโลจะถึงปากเซ ฉันเหลือบเห็นป้ายศูนย์หัตถกรรมทอผ้า เลี้ยวขวาไปสี่กิโล เราหักเลี้ยวรถเข้าไปดูทันที ปลายทางเป็นหมู่บ้านริมแม่น้ำโขง ที่ทุกหลังมีการทอผ้า สุดถนนทางด้านเหนือเป็นวัด เราจอดรถถ่ายรูปเวิ้งแม่น้ำโขงกันที่วัดเหนือนี้ ในลานวัดมีกรวดแม่น้ำโขงเต็มไปหมด สีสันแปลกๆ มีกระทั่งสีม่วง สีแดง กำนันฯบอกว่ากรวดแม่น้ำโขงนี้มีราคาแพง และหายากแล้ว

วัดสะพายเหนือริมน้ำโขง แขวงจำปาศักดิ์

วัดสะพายเหนือริมน้ำโขง แขวงจำปาศักดิ์

เราย้อนกลับออกมาจากวัด เข้าไปดูผ้าที่ศูนย์หัตถกรรมหมู่บ้าน ฉันมารู้ภายหลังว่า บ้านสะพายนี้ คือหมู่บ้านทอผ้าที่ขึ้นชื่อที่สุดของลาวใต้ ฉันซื้อผ้ามาหลายชิ้น รวมย่ามเก่าอีกสองใบ

เราขับรถข้ามแม่น้ำชีดง (Xe Don) ซึ่งเป็นแม่น้ำสายเดียวในลาวตอนใต้นี้ วกไปวนมา ก่อนจะออกสู่แม่น้ำโขงที่เมืองปากเซ เที่ยงพอดีตอนที่มาถึง

ฉันมาที่นี่เป็นครั้งแรก ปากเซเป็นเมืองหลวงของแขวง มีขนาดค่อนข้างใหญ่ และทันสมัยกว่าสะหวันนะเขต ถนนสาย 13 เปลี่ยนเป็นหกเลนมีเกาะกลางตั้งแต่ประมาณ 5–6 กิโลเมตรก่อนเข้าตัวเมือง ตึกรามบ้านช่อง มักเป็นอาคารพาณิชย์ ย่านการค้าคึกคัก โดยเฉพาะตลาดกลางขนาดใหญ่ที่อยู่ริมน้ำโขงก่อนข้ามสะพานไปชายแดนไทย คงเป็นเพราะอยู่ติดชายแดนไทยที่ช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี ไปมาสะดวก ปากเซจึงเป็นศูนย์กลางการค้าขายเพราะมีทั้งไทย เขมร เวียดนามอยู่ล้อมด้าน

เราหาร้านกินกลางวันกันริมแม่น้ำโขง ร้านอาหารที่เรากินมื้อแรกในปากเซนี้ ร้านจำปาหอม อาหารแทบจะไม่ต่างจากอาหารไทย ระหว่างนั้นฉันก็หาที่พักไปด้วย

เราพักในย่านเมืองเก่าใกล้วัดหลวง โรงแรมไม่มีดาว ขนาดเล็ก ราคาถูก สะอาดพอใช้ และมี WiFi แต่คนดูแลที่มีอยู่คนเดียวอัธยาศัยเป็นเลิศ รอบๆที่พักมีทั้งร้านอาหารและร้านกาแฟฮิปๆ ในระยะเดินสบาย

เดินทางแบบไทยในลาว และใช้ชีวิตตอนบ่ายแบบสแปนิช นอนสิคะ รออะไร

….

ความเดิม

จากท่าแขกถึงปากเซ ตอนที่ 1 กว่าจะข้ามแดนไทย

จากท่าแขกถึงปากเซ ตอนที่ 2 สะหวันนะเขต อีกครั้ง


메타데이터
post_id
e2fd60913e6f
slug
จากท่าแขกถึงปากเซ-ตอนที่-3-e2fd60913e6f
url
https://medium.com/ourtrip-cc/%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%82%E0%B8%81%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%8B-%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-3-e2fd60913e6f
canonical_url
https://medium.com/ourtrip-cc/%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%82%E0%B8%81%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%8B-%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-3-e2fd60913e6f
author_url
https://medium.com/@chompupc
status
ok
fetched_at
2026-07-30 09:39:55