The Flying Dutchman
เรือผีสิง The Flying Dutchman
เรื่องเล่าชาวเรือ : The Flying Dutchman
เรือผีสิง The Flying Dutchman
ผู้คนรู้จักเรือ Flying Dutchman ว่าเป็นเรือปีศาจบ้าง เป็นเรือผีสิงบ้าง โดยเล่าลือกันมาตั้งแต่เมื่อสามร้อยกว่าปีที่แล้ว ชาวประมงต่างหวาดกลัวเมื่อได้ยินผู้คนเล่าถึงเรื่องที่เกี่ยวกับเรือลำนี้ มีคนพบเห็นเรือนี้ตั้งแต่ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ ๑๗ จนถึงคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ เป็นระยะๆ โดยคำว่า Flying Dutchman นี้หมายถึงกัปตันเรือ(ขออนุญาตใช้คำว่ากัปตันแทนคำว่าผู้บังคับการเรือ) ไม่ได้หมายถึงตัวเรือหรือชื่อเรือ
ตำนานเรือ Flying Dutchman
ตามตำนานเล่าว่า “เรือ Flying Dutchman นี้ถูกสาบให้แล่นอยู่ในทะเลชั่วกัปชั่วกัลป์ จะพ้นคำสาบเมื่อถึงวันสิ้นโลก(doomed day) วิญญาณที่อยู่ในเรือจะไม่สามารถกลับบ้านได้ ไม่สามารถข้ามไปสู่โลกอื่นได้ ไม่สามารถไปสู่นรกได้ ไม่สามารถไปยังสวรรค์ได้” คนที่พบมักเล่าตรงกันว่า ได้เจอในคืนวันที่มีหมอกหนาทึบ และเห็นแสงรอบๆเรือซึ่งเชื่อว่าเป็นวิญญาณของผู้ที่ถูกสาบนั่นเอง ทุกคนเห็นว่าเรือแล่นได้แต่ไม่มีใครพบว่ามีลูกเรือเลยสักคน

รูปที่ ๑ — “เรือ flying Dutchman ในตำนาน มีวิญญาณวนเวียนอยู่รอบๆเรือ พบเห็นในคืนที่มีพายุกระหน่ำ”
เรือปีศาจFlying Dutchman นี้พบได้แถวๆแหลมกู๊ดโฮป( Cape of Good hope) มีกัปตันเรือแต่งการในชุดสมัยเก่าคุมเรืออยู่ มีลำแสงวนเวียนอยู่รอบๆเรือที่เชื่อว่าเป็นข้อความที่ส่งออกมาจากวิญญาณลูกเรือที่่โดนกักขังไว้ไปให้กับผู้ที่ตนรัก มีเสียงโหยหวนปนออกมาด้วย ที่มาของคำสาบของเรือลำนี้มีอยู่หลายความเชื่อแต่ที่เล่าต่อๆกันมามากที่สุดคือ เพราะ “กัปตันเรือไม่เชื่อในพระเจ้า ไม่นับถือศาสนา จึงถูกพระเจ้าลงโทษ” และลำแสงที่วนเวียนอยู่ชัดเจนทีสุดคือ แสงของวิญญาณกัปตันเรือ ที่ล่องลอยไปมาอยู่เหนือและรอบๆเรือ เป็นที่มาของคำว่า Flying Dutchman(ชาวดัชที่บินได้) นั่นเอง
เรือ the Flying Dutchman นี้เดิมเป็นเรือของบริษัท Dutch East India เป็นเรือบรรทุกสินค้า มีกัปตันเรือชื่อนาย Hendrick Van Der Decken ในปี ค.ศ.๑๖๘๐ เรือแล่นออกจากเมืองอัมสเตอร์ดัม(Amsterdam)ไปทางตะวันออก ระหว่างที่แล่นเรืออ้อมแหลมกู๊ดโฮป เรือได้เจอกับคลื่นสูงและพายุกระหน่ำ ลูกเรือเช่ื่อว่าพายุนี้เป็นเพราะเทพเจ้าทรงพิโรธจึงได้แจ้งกัปตัน Decken ว่าควรที่จะแล่นเรือเข้าฝั่งแล้วหาสถานที่หลบก่อน กัปตันเรือไม่ฟังคำแนะนำของลูกเรือ แต่กลับสั่งให้หันหัวเรือเข้าหาพายุโดยคิดว่าจะสามารถพาเรือฝ่าพายุไปได้ ลูกเรือคนหนึ่งจึงได้ปลุกระดมโดยการชักชวนลูกเรือคนอื่นๆเข้าทำการยึดอำนาจจากกัปตัน Decken โดยมีจุดประสงค์เพื่อที่จะหันหัวเรือเพื่อหาที่หลบพายุ แต่กัปตันซึ่งมีปืนอยู่ในมือ กำลังเมาสุราและมีอาการคุ้มคลั่ง บ้างก็บอกว่าเขาได้เสียสติไป กัปตันโมโหลูกเรือคนที่ปลุกระดมก่อกบฎ จึงยิงลูกเรือคนนั้นตายแล้วถีบลงทะเลทิ้งไป หลังจากนั้น กัปตันเรือได้ยินเสียงตำหนิแว่วออกมาจากกลุ่มเมฆสีเทาเบื้องหน้า จึงได้ยิงปืนกระหน่ำเข้าสู่กลุมเมฆนั้น ปืนร้อนมาก ลูกปืนระเบิดใส่มือของกัปตันจนแหลก ท้ายที่สุดเรือก็ได้ชนเข้ากับหินโสโครก ทุกคนเสียชีวิตทันทีและติดอยู่กับคำสาปในเรือของกัปตัน Decken ด้วยกันทั้งหมด
ช่วงแรกๆเป็นการบอกเล่ากันแบบปากต่อปาก ไมได้มีการจดบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ครั้งแรกที่มีบันทึกไว้คือ ในปี ค.ศ.๑๘๒๓ โดยผู้บังคับการเรือโอเว่น(Capt. W F W Owen RN) แห่งเรือสำรวจ HMS Leven ของราชนาวีอังกฤษ บันทึกไว้ในปูมเรือว่า “ยามหัวเรือได้พบเห็นเรือลำนี้ถึงสองครั้ง และหนึ่งครั้งในนั้นพบว่า เรือ Flying Dutchman พยายามที่จะส่งเรือเล็กออกมาเพื่อติดต่อกับเรือ Leven” แต่ผู้บังคับการเรือโอเว่นไม่ได้สั่งการให้ตอบสนองใดๆต่อเรือลำนั้น
ค.ศ.๑๘๓๕ เรือของอังกฤษอีกลำหนึ่งได้บันทึกไว้ว่า “พบเรือขนาดใหญ่ลำหนึ่งแล่นอยู่ท่ามกลางพายุในทะเล แล่นพุ่งตรงเข้ามาหาเรือ ลูกเรือเกรงว่าเรือจะชนกันจึงได้รายงานนายเรือ นายเรือสั่งหันหัวเรือแต่ก็ไม่พ้น พอแล่นเข้ามาใกล้จนสามารถเห็นกันได้ชัดเจน จู่ๆเรือลำนั้นก็หายวับไปทันที
ค.ศ.๑๘๗๙ เรือไอน้ำ SS Pretoria ต้องหันเรือฉกาจเมื่อผู้โดยสารและลูกเรือมองเห็นแสงไฟที่นึกว่าเป็นแสงขอความช่วยเหลือ แต่เมื่อแล้วเข้าไปใกล้กลับพบว่าเป็นเรือ the Flying Dutchman และเช่นเหมือนกับเรื่องเล่าอื่นๆคือ เรือได้หายไปกับตาทันทีเช่นเดียวกัน
บันทึกหนึงที่มีความน่าเชื่อถือมากกว่าบันทึกอื่นๆ คือ เหตุการณ์ครั้งที่กองเรือราชนาวีอังกฤษ มีผู้บัญชาการกองเรือเป็น เจ้าชายหลุย์แห่งแบตเทินเบอร์ก(Prince Louis of Battenberg)และเป็นลุงของเจ้าของบันทึกคือ ในปี ค.ศ.๑๘๘๐ ขณะที่เจ้าชายจอร์จ(ต่อมาเป็นกษัตริย์จอร์จที่ ๕ ของอังกฤษ) รับราชการเป็นนักเรียนทำการ(Midshipman) ในเรือหลวงบัคคังเต้ (HMS Bacchante) ทรงเขียนในสมุดบันทึกส่วนตัวของพระองค์เอง ในขณะที่เรือลาดตระเวณอยู่ในเส้นทางตามแนวชายฝั่งระหว่างซิดนี่ถึงเมลเบอร์นของออสเตรเลียว่า “…วันที่ ๑๑ กรกฎาคม ค.ศ.๑๘๘๑ เวลา ๐๔๐๐ เรือ Flying Dutchman แล่นตัดผ่านหน้าเรือของเราไป … มีแสงสว่างแปลกๆสีแดง ออกมาจากเสากระโดงเรือ วนอยู่รอบๆคานไม้ยึดใบเรือและใบเรือ เรือลำนั้นแล่นฝ่านพายุออกมา ห่างจากเรือออกไปประมาณ ๒๐๐ หลา …” ยามที่เข้าเวรอยู่บนเสากระโดงเรือเห็นเรือผี Flying Dutchmanเช่นเดียวกันโดยเห็นเรือผีทางหัวเรือซ้าย ลูกเรือ ๑๓ คนในเรือในกระบวนที่เดินทางไปด้วยกันอีก ๒ ลำ (เรือ Cleopatra และเรือ Tourmaline) ต่างบอกตรงกันว่า “เห็นเรือผีแล่นผ่านไป” เมื่อผ่านไป ๗ ชั่วโมงต่อมา คนที่เห็นเรือ Flying Dutchman เป็นคนแรกและได้เรียกให้เพื่อนๆดูนั้น ก็ตกเสากระโดงเรือเสียชีวิต

รูปที่ ๒ “เจ้าชายจอร์จขณะทรงเครื่องแบบนักเรียนทำการ(Midshipman) ถ่ายเมื่อ ๑๑ ปีก่อนมีบันทึกว่าพบเรือ the flying dutchman”

รูปที่ ๓ “กษัตริย์จอร์จที่ ๕ แห่งสหราชอาณาจักร”
ในปี ค.ศ.๑๘๘๑ มีเรือสินค้าสัญชาติสวีเดนโดยกัปตันเรือชื่อ Larsenแล่นผ่านแหลมกู๊ดโฮป เรือเจอกับพายุ และในท่ามกลางพายุนั้นก็มีแสงที่น่าสะพรึงกลัวอยู่ กัปตันเรือได้ส่งลูกเรือคนหนึ่งขึ้นไปดูที่เสากระโดงเรือว่าเกิดอะไรขึ้น ลูกเรือคนนั้นพลักตกจากเสากระโดงคอหักตายคาที่อยู่บนดาดห้าเรือนั้นเช่นเดียวกัน แต่ก่อนที่สิ้นลมหายใจ เขาได้บอกกับเพื่อนกะลาสีว่า “ฉันเห็นเรือ flying dutchman” เพื่อนกะลาสีคนนั้นจึงได้ไปรายงานต่อกัปตันเรือ กัปตันเรือได้ส่งคนไปดูตรงที่ๆลูกเรือบอกว่าเห็นเรือปีศาจลำนี้ สองวันต่อมา คนที่ถูกส่งไปดูก็เสียชีวิตตามไป
ในสงครามโลกครั้งที่สอง มีลูกเรือของเรือดำน้ำเยอรมันเล่าว่า ได้พบเรือ flying Dutchman นี้ และยังมีอีกหลายๆเหตุการณ์ที่เล่าต่อๆกันมา บ้างก็เชื่อตามที่คนอื่นๆเล่า บ้างก็บอกว่าเป็นแค่เงาสะท้อนจากน้ำ ทำให้เห็นเป็นภาพลวงตา ที่เราเรียกกันว่าปรากฏการณ์มิราจ (Mirage) คล้ายๆกับการเห็นแอ่งน้ำบนถนน เวลาที่อากาศร้อนมากๆ แต่พอเข้าไปใกล้กลับหายไป
นักเขียนบางท่านได้นำตำนานของเรือผีลำนี้ มาใส่ไว้ในงานเขียนของตนในหลายๆเรื่องช่วงยุคคริสต์ศตวรรษที่ ๑๙ ที่มีชือเสียงเช่น ในหนังสือเรื่อง The Master Mariners เขียนโดยอดีตนายทหารเรือแห่งราชนาวีอังกฤษ นาวาตรีนิโคลัส มอนซารัส (Lt.Cdr. Nicholas Monsarrat RN) และมีการนำมาใส่ในภาพยนตร์ชื่อดังในเรื่อง Pirates of the Caribbean ด้วย

รูปที่ ๔ “กัปตันเดวี่โจนส์(Davy Jones) ในภาพยนต์โจรสลัดเรื่องดัง เป็นตัวละครที่ได้แรงบันดาลใจจากตำนาน the flying dutchman เป็นกัปตันเรือที่ชื่อ the flying dutchman”
ส่งท้าย
แม้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล่า และคนรุ่นใหม่ไม่ค่อยมีใครเชื่อนักเพราะว่าฟังดูไม่สมเหตุสมผล เช่น กล่าวว่าพระเจ้าไร้เหตุผลบ้าง หรือคิดว่าไม่มีใครได้ยินจริงๆ รวมทั้งคิดว่าอาจเป็นการเห็นภาพมายาที่เกิดขึ้นบ่อยๆในทะเล จากการสะท้อนของแสงอาทิตย์ แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะเป็นเรื่องเล่า แต่ก็นับได้ว่าเป็นเรื่องเล่าที่น่าตื่นเต้นและมีความน่าสนใจมากจนคนเอาไปเป็นแรงบันดาลใจในบทประพันธ์และบทหนังหลายเรื่อง
메타데이터
- post_id
- ef3fec0c5250
- slug
- the-flying-dutchman-ef3fec0c5250
- url
- https://medium.com/@titipasi/the-flying-dutchman-ef3fec0c5250
- canonical_url
- https://medium.com/@titipasi/the-flying-dutchman-ef3fec0c5250
- author_url
- https://medium.com/@titipasi
- status
- ok
- fetched_at
- 2026-08-17 10:27:16