[แปล] ดีไซน์เนอร์คนสุดท้าย
Tey Bannerman (McKinsey & Company) | #designmatterstokyo
[แปล] ดีไซน์เนอร์คนสุดท้าย
Tey Bannerman (McKinsey & Company) | #designmatterstokyo
Tey Bannerman เปิดเวทีด้วยการให้ผู้ฟังลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสาย หลังจากงานยาวหลายวัน แล้วจึงแนะนำตัวเอง เขาเล่าว่าก่อนหน้านี้ทำงานที่ McKinsey & Company มา 9 ปี นำทีมออกแบบในยุโรป แต่เมื่อ 6 เดือนก่อน เขาตัดสินใจออกมาเป็นนักออกแบบอิสระ
เขาเล่าย้อนถึง จุดเริ่มต้นของความหลงใหลในการออกแบบ ตั้งแต่อายุ 14 ปี ที่คลั่งไคล้ Photoshop หลังเลิกเรียน เขามักใช้เวลาสร้างโลโก้และเว็บไซต์ แม้ตอนนั้นไม่เคยคิดเลยว่าจะกลายเป็นอาชีพจริง ๆ ต่อมาเขาออกแบบเว็บไซต์ให้ธุรกิจเล็ก ๆ ทำแมกกาซีนดนตรี และถ่ายภาพในเทศกาลดนตรี จุดเปลี่ยนสำคัญคือจากการออกแบบเพื่อความสุขของตัวเอง → สู่การเริ่มเข้าใจผู้ชมและผู้ใช้ เปลี่ยนความหลงใหลให้กลายเป็นเส้นทางการเติบโต
การเติบโตและความล้มเหลวที่สอนบทเรียน
Tey เริ่มจากการเป็น UI Designer ในสตาร์ทอัพและอินคิวเบเตอร์ ยิ่งโตขึ้น ความรับผิดชอบก็มากขึ้น เช่น การจัดเวิร์กช็อปกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่เขาก็ได้เรียนรู้ว่าการเติบโตยังหมายถึงการมี resilience (ความยืดหยุ่นและแกร่ง) เพราะงานออกแบบมักถูกมองข้าม
เขายกตัวอย่างประสบการณ์สำคัญตอนอยู่ที่ SoundCloud หลังจากทุ่มเททำโจทย์ดีไซน์ เขากลับถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลว่า “สิ่งที่ออกแบบมาไม่ตอบโจทย์” เพราะเขาออกแบบเพื่อตัวเอง ไม่ได้แก้ปัญหาจริง เหตุการณ์นี้สอนให้เขารู้ว่า การออกแบบไม่ใช่แค่ทำให้สวย แต่คือการแก้ปัญหา ไม่นานหลังจากนั้น เขาก็เข้าร่วม McKinsey
ที่ McKinsey: จากดีไซน์เนอร์สู่ผู้แปลภาษา
ที่ McKinsey เขาทำงานร่วมกับบริษัทระดับโลก เช่น ASOS ช่วยแก้ปัญหาการค้นหาและการสเกลระบบ และ Formula E ที่เขานำทีมสร้าง AI tool แปลงข้อมูลจากเซนเซอร์ของรถแข่งเป็นข้อมูลเรียลไทม์สำหรับนักแข่งและทีมงาน จนทำให้เกิดสถิติโลก
เขาพบว่าตัวเองเข้าไปนั่งอยู่ในห้องเดียวกับ CEO ของบริษัทยักษ์ใหญ่ และบ่อยครั้งเป็น “ดีไซน์เนอร์คนแรก” ที่ผู้นำเหล่านั้นเคยคุยด้วย บทบาทของเขาจึงเปลี่ยนเป็น ผู้แปลภาษา ที่อธิบายคุณค่าของการออกแบบโดยไม่ใช้ศัพท์ดีไซน์ยาก ๆ แต่เชื่อมโยงให้ผู้บริหารเข้าใจว่าการตัดสินใจต้องคิดถึง “ความเป็นมนุษย์” ด้วย
ค้นหาความหมายและจุดมุ่งหมาย
การสะท้อนประสบการณ์นี้ทำให้ Tey หันมาคิดเรื่อง “purpose” หรือจุดมุ่งหมาย เขาอ้างถึงหนังสือ In Praise of Shadows ของ Jun’ichirō Tanizaki ที่สอนให้เขาเข้าใจว่า:
- พื้นที่ว่างระหว่างสิ่งต่าง ๆ มีพลัง
- ความงามเกิดจากข้อจำกัด
- ความเชี่ยวชาญคือการทำให้สิ่งซับซ้อนดูง่ายดาย
แนวคิดเหล่านี้เป็น ความจริงที่ไร้กาลเวลาในการออกแบบ
เขาเล่าว่าความหงุดหงิดจากประสบการณ์ผู้ใช้ที่แย่ เช่น แชทบอทที่ใช้งานไม่ได้เรื่อง ทำให้เขาอยากเผยแพร่การคิดเชิงออกแบบให้คนที่ไม่ใช่นักออกแบบ เขาจึงเริ่มพูดตามงานคอนเฟอเรนซ์ด้านดีไซน์ ก่อนจะไปสู่เวทีด้านเทคโนโลยีและธุรกิจ เพื่อใส่มุมมองของดีไซน์เข้าไปในที่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
ต่อมา เขามีส่วนเขียนบทแรกของหนังสือ AI สำหรับผู้บริหาร ซึ่งกลายเป็นหนังสือขายดี ทำให้เขามั่นใจว่ามีความต้องการเสียงของดีไซน์ในวงการเทคและธุรกิจจริง ๆ เขาเริ่มเขียนบน LinkedIn เกี่ยวกับการออกแบบและ AI จนได้รับความสนใจมากขึ้น แม้แต่นักธุรกิจระดับสูงก็ติดต่อมาบอกว่าโพสต์ของเขาทำให้พวกเขาคิดต่างออกไป
ดีไซน์เพื่อทำให้เทคโนโลยี “เป็นมนุษย์มากขึ้น”
Tey มองว่าจุดมุ่งหมายของเขาตอนนี้คือ “ทำให้เทคโนโลยีเป็นมนุษย์มากขึ้น” เขาเชื่อว่าดีไซน์เนอร์คือผู้ที่มีบทบาทเฉพาะตัวในการปกป้องและยืนยันว่า “มนุษย์ต้องอยู่ศูนย์กลางของเทคโนโลยี” โดยเฉพาะในยุคที่องค์กรเร่งใช้ AI โดยไม่ทันคิดถึงผู้ใช้
เขาเล่าการเดินทางของตนเองใน 4 ช่วง:
- Passion (ความหลงใหล) — จุดเริ่มต้นจากความรักในการออกแบบ
- Growth (การเติบโต) — พัฒนาทักษะและบทบาท
- Resilience (ความแกร่ง) — ฝ่าฟันการถูกมองข้ามและล้มเหลว
- Purpose (จุดมุ่งหมาย) — ค้นหาความหมายที่ใหญ่กว่าตัวเอง
คุณค่าที่ซ่อนอยู่ของการออกแบบ
เขาปิดท้ายด้วยการชี้ให้เห็นว่าเบื้องหลังงานออกแบบมีสิ่งที่มักไม่ถูกมองเห็น:
- Empathy ความเข้าใจความต้องการมนุษย์
- Persistence ความพยายามซ้ำแล้วซ้ำเล่า
- Wisdom การยอมรับข้อจำกัดและใช้มันสร้างความงาม
- Faith ความเชื่อมั่นที่จะสร้างต่อไป
- Vision การจินตนาการถึงอนาคตที่ดีกว่า
- Courage ความกล้าที่จะยืนยันในสิ่งสำคัญ
ทุกช่วงของการเดินทาง — passion, growth, resilience, purpose — คือการเตรียมตัวสำหรับก้าวต่อไป
เขาทิ้งท้ายด้วย framework สั้น ๆ สำหรับนักออกแบบทุกคน: ไม่ว่าคุณจะอยู่ตรงไหนของเส้นทาง ลองใช้ 4 คำนี้ (Passion, Growth, Resilience, Purpose) เป็น checklist นำทางการทำงานออกแบบของคุณ
✨ Insight ที่ได้จาก Tey Bannerman: นักออกแบบไม่ใช่แค่คนสร้างของสวย แต่คือผู้แปลภาษา ผู้ผลักเทคโนโลยีให้เป็นมนุษย์ และผู้กำหนดทิศทางของอนาคต
สรุปจากงาน #designmatterstokyo โดย Yukio Andoh Credit: ข้อมูลต้นฉบับจาก https://x.com/yukio_andoh/status/1967140234396921931
메타데이터
- post_id
- ef47ee33bf24
- slug
- แปล-ดีไซน์เนอร์คนสุดท้าย-ef47ee33bf24
- url
- https://medium.com/@iampuper/%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5-%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%8B%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2-ef47ee33bf24
- canonical_url
- https://medium.com/@iampuper/%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5-%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B9%84%E0%B8%8B%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2-ef47ee33bf24
- author_url
- https://medium.com/@iampuper
- status
- ok
- fetched_at
- 2026-06-21 07:44:09